เจาะลึกเทรนด์สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ สร้างสมดุลให้ชาว Gen Z
Sep 7, 2018

การสร้างสถาปัตยกรรมซึ่งมุ่งส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างสมดุลของผู้ใช้อาคารนับเป็นเทรนด์ที่กำลัง
มาแรงและเติบโตอย่างต่อเนื่องในแวดวงสถาปัตยกรรมของไทย รวมถึงการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แห่งแรกที่มุ่งออกแบบตามมาตรฐานอาคารระดับโลกอย่า
ง 
LEED* GOLD และ WELL* GOLD

ในปัจจุบัน ผู้คนใช้ชีวิตอยู่ภายในตึกหรืออาคารที่พักอาศัยโดยเฉลี่ยแล้ว มากกว่าร้อยละ 90[1] ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานหรือสุขภาพโดยรวมเมื่อใช้ชีวิตอยู่ในอาคารมากไป โดยมีผลการศึกษาว่าชาวกรุงเทพฯ มีชั่วโมงการทำงานโดยเฉลี่ยต่อคน ยาวนานถึง 42.13 ชั่วโมงต่อสัปดาห์[2] ติดอันดับที่ 5 ของโลก สถิติเหล่านี้จึงเป็น
ส่วนหนึ่งที่ร่วมจุดกระแสใหม่ในวงการสถาปัตยกรรมของไทย โดยเฉพาะโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ใส่ใจธรรมชาติและผู้คนที่เป็นตัวชูโรงแห่งวิวัฒนาการสำคัญของวงการ

 “เรากำลังพัฒนาและยกระดับคุณภาพของอาคารสำหรับอนาคต ยิ่งปัจจุบันกลุ่มคนทำงานอยู่ในเจน Y และ Z มากยิ่งขึ้น ผลสำรวจต่างๆ ก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับการมีพื้นที่ทำงานล้ำสมัย และพื้นที่ทำงานร่วมกันที่ผสมผสานธรรมชาติและการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในสังคมเมืองอย่างลงตัว” คุณแอนโทนี่ อรันเดลล์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายบริหารสาธารณูปโภคโครงการ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ความเห็นถึงเทรนด์ใหม่ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

 

เหตุใดการออกแบบอาคารจึงควรให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตอย่างสมดุลของผู้อยู่อาศัย

ผลการศึกษาจาก CBRE บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ เผยว่าอาคารสำนักงานหลายแห่งทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังทุ่มเม็ดเงินมหาศาลให้กับระบบสาธารณูปโภคในอาคาร รวมไปถึงโปรแกรมหรือเวิร์คช็อปต่างๆ ที่มุ่งสร้างเสริมสุขภาพของพนักงาน โดยเน้นสององค์ประกอบหลักอันเป็นหัวใจของสภาพแวดล้อมอาคารอย่างคุณภาพอากาศและอุณหภูมิภายในอาคาร ซึ่งตอกย้ำ็ว่าเหตุใดเราจึงควรให้ความสำคัญกับสองสิ่งนี้

นอกจากนี้ ผลการศึกษาของนายเจสัน แมคเลนแนน (Jason McLennan) ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ International Living Future ยังระบุว่า โดยเฉลี่ยแล้ว พนักงานที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม จะทำงานได้มีประสิทธิผลมากขึ้นถึงร้อยละ 20 ซึ่งสภาพแวดล้อมการทำงานที่ล้ำสมัยนั้นไม่เพียงแค่ส่งผลดีต่อการทำงาน แต่ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อพนักงาน
1 คนในทางอ้อม เพราะจำนวนวันลาป่วยที่ลดลงนั่นเอง

 มาตรฐาน LEED และ WELL เป็นการผนวกรวมเทคโนโลยีขั้นสูงเข้าด้วยกันและใช้ประโยชน์ทางทรัพยากรที่มีอยู่ รวมถึงทรัพยากรทดแทนได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ ยังเป็นมาตรฐานสำคัญที่ช่วยให้การใช้พลังงานน้อยลง รวมถึงช่วยยืดอายุการใช้งานของอาคาร

สำหรับอาคารที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารจาก WELL นั้นต้องผ่านการประเมินใน 7 หัวข้อหลัก ได้แก่ Air (อากาศบริสุทธิ์) Water (น้ำสำหรับอุปโภค บริโภคสะอาด ปลอดภัย)Nourishment (มีอาหารสดใหม่ บำรุงสุขภาพร่างกาย) Light (มีการควบคุมแสงสว่างที่เหมาะสม) Fitness (มีพื้นที่หรือจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ) Comfort (สภาพแวดล้อมที่สงบและ Mind (ให้ความผ่อนคลาย ดีต่อสุขภาพจิต) ซึ่งในประเทศไทย โครงการ The PARQ โครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบมิกซ์ยูส มูลค่ากว่าสองหมื่นล้านบาทบนทำเลถนนพระราม 4 ถือเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แห่งแรก ที่สร้างโดยยึดหลักมาตรฐานอาคารของทั้ง LEED และ WELL โดยมีบริษัทชั้นนำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับสากลอย่าง บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ท (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด พัฒนาโครงการร่วมกัน สิ่งที่เราจะเห็นภายในอาคารนี้ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร คือ ระบบการกรองอากาศขั้นสูงที่ทำให้อากาศบริสุทธิ์ พร้อมควบคุมคุณภาพอากาศภายในอาคาร ครอบคลุมพื้นที่ 320,000 ตร.ม. มีบริการน้ำดื่มสะอาดสำหรับผู้มาเยือน นอกจากนี้ ร้อยละ 75 ของทุกพื้นที่ทำงานจะตั้งอยู่ภายในรัศมี 7.5 เมตรจากหน้าต่าง  เพิ่มการเข้าถึงแสงจากธรรมชาติ ช่วยให้ระบบการทำงานในร่างกายมนุษย์สมดุลขึ้น

“แรงบันดาลใจของเราคือการได้เห็นสิ่งที่อาคารสำนักงานในอนาคตควรจะเป็น คือความสมดุลของการออกแบบพื้นที่ที่เน้นประโยชน์ใช้สอยเข้ากับสุนทรียศาสตร์ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม เชื่อว่าถ้าผู้คนรักสถานที่ที่พวกเขาทำงาน พวกเขาก็จะมีความสุขมากขึ้น และอยู่กับบริษัทนั้น ๆ ได้นานขึ้น” นายแอนโทนี่กล่าว

 สิ่งที่ส่งเสริมแนวคิดดังกล่าวคือโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทรนด์อาคารสีเขียวยุคใหม่ที่ฮิตไปทั่วโลก การได้รับรองมาตรฐานอาคารจากทั้ง LEED และ WELL ครั้งแรกในประเทศไทยจะนับเป็นต้นแบบหนึ่งในวงการอสังหาริมทรัพย์ ที่แสดงถึงศักยภาพประเทศไทยในการพัฒนาอาคารสำนักงานที่ล้ำสมัย ให้ประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้อาคาร บริษัทและภาคอุตสาหกรรม ในภาพรวม ขณะนี้กรุงเทพฯ มีพื้นที่ประมาณ 750,000 ตร.ม. ที่กำลังทำการก่อสร้างพื้นที่สำนักงาน ส่วนในภูมิภาคเอเชียนั้น มีตึกและอาคารสำนักงานใหม่ๆ ผุดขึ้น มากถึงร้อยละ 50 ต่อปี[3] ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าเมืองแห่งอนาคตจะยึด “สุขภาพ” เป็นหัวใจสำคัญของ “ความมั่งคั่ง” ที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

heavy69daddy
FOUNDER of HEAVY69 / Martial Arts / Coffee / Beers / Cigars / Travel / Hip Hop / Reggae and all thing with Culture.

Subscribe me