ONE : HERO’S DREAM
Oct 14, 2017

ONE CHAMPIONSHIP เปิดศึกการแข่งขัน
ONE : HERO’S DREAM ณ ย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์

การแข่งขันศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเอเชีย ONE CHAMPIONSHIP กลับมาระเบิดความมันที่ เมียนมาร์ กันอีกครั้ง ณ สนาม ธุวันนา อินดอร์ สเตเดียม เมืองย่างกุ้ง ค่ำคืนวันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2017 งานนี้แฟนๆที่ชื่นชอบกีฬาต่อสู้แบบ มาร์เชียล อาร์ต จะได้พบกับความตื่นเต้นครั้งสำคัญเมื่อคู่เอกของรายการ ระหว่าง Aung La N Sang เจ้าของเข็มขัดแชมป์รุ่นมิดเดิลเวต ฮีโร่นักสู้ผู้เป็นความภาคภูมิใจของชาวเมียนมาร์ ปะทะ Alain Ngalani สุดยอดนักสู้จากฮ่องกง ผู้มีเพลงหมัดแม่ไม้มวยไทยเป็นอาวุธอันร้ายกาจ พร้อมนักสู้อีกมากมายที่จะมาสร้างสีสันและความมันให้แฟนหมัดมวยได้ชมแบบจุใจ

คุณชาตรี ศิษย์ยอดธง ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ONE CHAMPIONSHIP
เปิดเผยถึงการเปิดสังเวียนลูกกรงอันดับ 1 แห่งเอเชีย ครั้งใหม่ที่เมียนมาร์ ว่า “นี่เป็นครั้งแรกในประวัติ
ศาสตร์ของรายการ ONE CHAMPIONSHIP ที่เราได้จัดการแข่งขันแบบโอเพนเวต Super-Bout ขึ้น และรู้สึกตื่นเต้นกับการประกาศว่าแชมป์มิดเดิลเวตของเรา Aung La N Sang จะได้เผชิญหน้ากับ Alain Ngalani แชมป์มวยไทยรุ่นเฮฟวี่เวต ในการต่อสู้ที่ตัดสินกัน 5 ยก มันจะต้องเป็นอีกค่ำคืนแห่งความทรงจำของแฟนๆที่ย่างกุ้งและแฟนกีฬาทั่วโลกอย่างแน่นอน”

สามารถสำรองตั๋วชมการแข่งขัน ONE: HERO’S DREAM ได้ที่ www.onefc.com

 

สำหรับการประกบคู่ชก “ONE CHAMPIONSHIP – HERO’S DREAM” มีดังต่อไปนี้

Aung La N Sang VS. Alain Ngalani

Aung La N Sang คือนักสู้วัย 32 ปี เขาคือชายผู้เป็นความภาคภูมิใจของชาวเมียนมาร์ ในฐานะนักสู้ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของประเทศชาติ เจ้าของฉายา “อสรพิษแห่งเมียนมาร์” เกิดและเติบโตในรัฐกะฉิ่น และพิสูจน์ตัวเองด้วยการล้มคู่ต่อสู้บนสังเวียนมากมาย ไฟต์สำคัญของเขาคือการอัด Vitaly Bigdash จากรัสเซีย จนกระชากเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นมิดเดิลเวตมาคล้องเอวได้ แต่ศึกครั้งใหม่นี้ เขาต้องเจอกับความท้าทายครั้งสำคัญเมื่อต้องปะทะฝีมือกับ Alain Ngalani ที่เชี่ยวชาญเรื่องมวยไทยเป็นอย่างยิ่ง

“ผมตื่นเต้นมากเลยที่จะได้กลับมาขึ้นเวทีอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายนนี้ ในฐานะแชมป์โลก ผมรู้สึกภูมิใจเสมอที่ได้เป็นตัวแทนของบ้านเกิด และรู้สึกยินดีเมื่อสิ่งที่ผมทำสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนในชาติได้ด้วยศิลปะการต่อสู้บนเวทีลูกกรงของผม โดยสัญญาว่าจะโชว์ฟอร์มให้ดีที่สุด ส่วน Alain Ngalani เขาคือคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งมากเท่าที่เคยเจอมา แต่ผมก็พร้อมที่จะรับคำท้าเพื่อเจอกัน”

ด้านของ Alain Ngalani คือยอดนักมวยไทยรุ่นเฮฟวี่เวต เจ้าของฉายา “เจ้าเสือดำ” เป็นชาวแคเมอรูน แต่มาฝึกฝนการต่อสู้แบบ มาร์เชียล อาร์ต ที่ฮ่องกง เขาเป็นนักสู้ที่มีความแข็งแกร่งและความเร็ว โดยมักจะเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ก่อนกำหนดเสมอ พร้อมกับเป็นเจ้าของแชมป์มวยไทยรุ่นเฮฟวี่เวตด้วย สถิติยอดเยี่ยมของเขาในรายการ ONE Championship คือไฟต์ล่าสุดที่น็อค Hideki Sekine เพียงแค่ 11 วินาที และการต่อสู้ครั้งใหม่แม้ต้องเจอกับคู่ต่อสู้ที่ตัวเล็กกว่า แต่ก็ไม่มีความปราณีใดๆทั้งสิ้น

“ในฐานะนักสู้แบบ มาร์เชียล อาร์ต เราทุกคนล้วนมุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดของวงการ ทุกคนต่างมุ่งหวังความสำเร็จในหลายรูปแบบ ตัวผมเองก็เช่นกัน นั่นคือส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ การต่อสู้ครั้งนี้มีการพูดคุยกันมานาน และไม่มีอะไรที่ผมอยากแสดงให้ทุกคนเห็นมากกว่าการคว้าชัยชนะ มอบโชว์ที่น่าตื่นเต้นแก่แฟนๆ และบันทึกสถิติชัยชนะลงในประวัติของตัวเอง ซึ่งการเจอกับ Aung La N Sang มันจะเป็นการต่อสู้ที่น่าลุ้นระทึกแน่นอน”

 

Phoe Thaw VS. Saw Ba Oo

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อนักสู้ชาวเมียนมาร์ทั้ง 2 คน จะได้แสดงลีลาให้คนดูในบ้านเกิดของพวกเขาได้ชมกันแบบสดๆ เริ่มที่  Phoe Thaw นักสู้หนุ่มจากย่างกุ้ง วัย 32 ปี พกพาสถิติไร้พ่าย ชนะ 4 ไฟต์รวด และยังเป็นการชนะน็อคแบบ 100% ทั้งหมดด้วย จนทำให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังอย่างรวดเร็วจากผลงานน่าเกรงขามเช่นนี้

ในขณะที่ Saw Ba Oo อีกหนึ่งนักสู้จากย่างกุ้ง เขาสร้างชื่อในฐานะนักกีฬาดาวรุ่งในรุ่นเฟเธอร์เวต ของ ONE Championship เปิดตัวเมื่อปี 2015 ได้ชื่อว่าเป็นจอมเทคนิคที่สามารถหาวิธีเล่นงานคู่ต่อสู้ได้หลายรูปแบบ ด้วยพื้นฐานการต่อสู้ที่ดีดังนั้นเขาจึงพร้อมแล้วที่จะเจอกับชายผู้ไร้พ่ายอย่าง Phoe Thaw เพื่อยัดเยียดความปราชัยครั้งแรกให้ได้ลิ้มลอง

 

Ma Hao Bin VS. Eugene Toquero

Ma Hao Bin คือนักสู้หนุ่มดาวรุ่งจากเมืองจีน เขาเป็นแชมป์มวยปล้ำประเภทฟรีสไตล์ด้วยวัย 23 ปี และเป็นเจ้าของสถิติไร้พ่ายในลูกกรงของ ONE Championship อีกต่างหาก “อินทรีทิศใต้” Ma Hao Bin เปิดตัวสู่วงการ ครั้งแรกก็ทำให้กองเชียร์ในบ้านตัวเองได้ประทับใจเมื่อเอาชนะ Wu Ting Shen and Bu Huo You Ga ด้วยท่าซับมิชชั่นไม่ยากเย็น และรักษาสถิติอันแข็งแกร่งนี้ไว้ได้ตลอด ก่อนจะเจอกับ Eugene Toquero เป็นคู่ต่อสู้คนถัดไป

Eugene Toquero ผู้ท้าชิงเข็มขัดรุ่นฟลายเวตอันดับ 1 จาก มะนิลา ฟิลิปปินส์ เขามีชื่อเสียงจากการเป็นนักสู้แถวหน้าของประเทศและเคยทำงานเป็นโค้ชฟิตเนสมาก่อน ชายเจ้าของส่วนสูง 5 ฟุต 5 นิ้ว มีความโดดเด่นเรื่องเทคนิคการเข้าทำที่คาดเดาได้ยาก ใครก็ตามที่พลาดท่าถูกจับมีอันเสร็จทุกราย แม้การแข่งขันไฟต์ล่าสุดของเขาจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่เวลานี้เขาก็พร้อมกลับมาทวงชัยชนะอีกครั้ง
Tha Pyay Nyo VS. Asraful Islam

Tha Pyay Nyo อีกหนึ่งนักสู้ชาวเมียนมาร์ ชื่อชั้นความสามารถไม่ธรรมดาเมื่อกำลังจะพกสถิติไร้พ่าย 4-0 ตลอดการชกใน ONE Championship ขึ้นสังเวียนต่อหน้าคนดูที่บ้านเกิด ทุกครั้งที่เขาเดินขึ้นเวทีมักการันตีว่าคู่ต่อสู้จะต้องถูกจับน็อคออยู่เสมอ ไม่เว้นแม้แต่ครั้งนี้ที่ Tha Pyay Nyo ก็มองถึงการเอาชนะ Asraful Islam แบบน็อคเอาท์เช่นเดียวกัน

ฟากฝั่งของ Asraful Islam เขาคือยอดขุนพลนักสู้จาก บังกลาเทศ การขึ้นสังเวียนอาชีพ 2 ครั้งที่ผ่านมาผลงานสมบูรณ์แบบชนะ 2 ไฟต์รวด และสิ่งที่เขามีความชำนาญเป็นอย่างดีคือการต่อสู้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น วูซู, มวยสากล, มวยไทย หรือ บราซิเลียน ยิวยิตสู ซึ่งแน่นอนว่าดาวรุ่งหนุ่มวัย 21 ปีคนนี้ฝีมือฉกาจไม่ใช่น้อยชนิดที่  Tha Pyay Nyo จะประมาทไม่ได้โดยเด็ดขาด

 

Pongsiri Misatit (พงษ์ศิริ มิตรสาธิต) VS. Jeremy Miado

มาถึงคิวของนักสู้ไทยกันบ้างกับ Pongsiri Misatit  (พงษ์ศิริ มิตรสาธิต) ชายหนุ่มวัย 21 ปีจากเชียงใหม่ ผ่านสังเวียนการชกมวยไทยมาแบบโชกโชนพร้อมด้วยสถิติน่าประหวั่นพรั่นพรึงชนะ 72 ไฟต์ และน็อคคู่ต่อสู้ได้ทั้งหมด 49 ไฟต์ด้วยกัน ส่วนการต่อสู้ในเวทีลูกกรงก็ไม่ธรรมดาครอบครองสถิติชนะ 8-0 โดยชนะน็อค 6 ครั้งด้วยกัน ซึ่งนั่นก็ทำให้เจ้าของฉายา “นักฆ่าหน้าเปื้อนยิ้ม” มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นก่อนขึ้นสังเวียนรุ่นสตรอว์เวต เจอกับ Jeremy Miado จากฟิลิปปินส์

ฝั่งของคู่ต่อสู้ Jeremy Miado ดีกรีไม่ธรรมดา ผ่านเวทีลูกกรงด้วยสถิติ 6-1 โดยชัยชนะทั้ง 6 ครั้งนั้นเป็นสถิติติดต่อกันอีกด้วย แม้ไฟต์ล่าสุดของเขาจะแพ้ให้แก่นักสู้คนบ้านเดียวกันและแพ้ด้วยการตัดสินคะแนน แต่กลับมาคราวนี้ Miado ก็พร้อมแล้วที่จะทวงศักดิ์ศรีและพิสูจน์ให้แฟนมวยลูกกรงได้เห็นว่าเขาจะกลับมาชนะได้อีกครั้ง

 

Saw Min Min VS. Ye Thway Ne

เป็นอีกหนึ่งไฟต์ที่นักสู้ของเจ้าถิ่นจะได้แสดงฝีมือห้ำหั่นกัน เริ่มที่ Saw Min Min อดีตนักมวยระดับอาชีพของเมียนมาร์ เขาผ่านเวทีนี้มาแล้วทั้งสองครั้งในรุ่นฟลายเวต แล้วก็ชนะได้ทั้งหมดด้วยการจับคู่ต่อสู้ใส่ท่าซับมิชชั่นจนต้องขอยอมแพ้ และการชนะน็อคในไฟต์ที่สอง ถือเป็นบทพิสูจน์อย่างดีว่ามีคุณสมบัติเพียบพร้อมเพียงใดกับการต่อสู้แบบ มาร์เชียล อาร์ต และเขาก็พร้อมแล้วที่จะเก็บศพคู่ต่อสู้คนที่ 3 ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกัน

Ye Thway Ne คืออีกหนึ่งอดีตนักชกอาชีพที่ผ่านเวทีมาแล้วมากมาย แต่ยังเป็นหน้าใหม่สำหรับการต่อสู้บนสังเวียนลูกกรง การประเดิมเวทีครั้งแรกของเขาพ่ายแพ้ให้แก่นักสู้จากเมืองไทย แต่ครั้งที่สองก็กลับมาได้อย่างสง่าผ่าเผยเมื่อไล่ต้อนคู่ต่อสู้จนคว้าชัยได้เพียงยกที่สอง และการสู้ครั้งที่ 3 ไม่มีอะไรที่เขาอยากได้มากไปกว่าชัยชนะเหนือเพื่อนร่วมชาติ

 

Chen Lei VS. Burn Soriano

เมืองจีนคืออีกหนึ่งประเทศที่มีนักสู้ฝีมือแกร่งมากมายและ Chen Lei ก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาคือสุดยอดนักสู้ที่มีความชำนาญในวิชา บราซิเลียน ยิวยิตสู เป็นอย่างดี  มีดีกรีเคยเป็นแชมป์ระดับประเทศที่เซี่ยงไฮ้ และการจับคู่ต่อสู้ใส่ท่าซับมิชชั่นก็คือสิ่งที่เขาโปรดปราน โดยสามารถชนะคู่ต่อสู้ได้ถึง 6 ครั้งติดต่อกันบนสังเวียนอาชีพ ซึ่งไฟต์ล่าสุดคู่ต่อสู้ของเขาก็ต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้เมื่อเจอท่าอาร์มบาร์อันแข็งแกร่งเข้าไป และเขาก็พร้อมที่จะใช้ท่าซับมิชชั่นของโปรดอีกครั้งในการขึ้นเวทีครั้งนี้

Burn Soriano คือชายยอดนักสู้จาก ฟิลิปปินส์ รุ่นเฟเธอร์เวต สไตล์การต่อสู้ของเขาเต็มไปด้วยความดุดัน ครบเครื่องทั้งพละกำลังและเทคนิค ขณะเดียวกันก็ยังได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในชายที่ชนะน็อคได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของ ONE Championship เมื่อเขาจัดการใส่ท่าสปินนิ่งแบ็ค น็อคคู่ต่อสู้ได้เพียง 15 วินาที เมื่อปี 2016 ส่วนการต่อสู้ครั้งใหม่ของเจ้าตัว จะสามารถทำเวลาน็อคได้เร็วกว่านั้นหรือไม่ต้องติดตาม

 

Miao Jie VS. Amira Hafizovic

การต่อสู้บนเวทีลูกกรงไม่เคยแบ่งแยกชาย-หญิง แม้จะมีครอบครัวแล้วก็สามารถขึ้นเวทีได้อย่างเท่าเทียม เช่นเดียวกับMiao Jie นักสู้หญิงแกร่งจากเมืองจีนเจ้าของฉายา “ซูเปอร์มัม” เธอคือเจ้าของยิวยิตสูชิงแชมป์โลกที่ สหรัฐอเมริกา คนล่าสุด ปี2017 โดยผลงานน่าประทับใจของเธอคือการโชว์ท่าไม้ตายที่เธอถนัดอย่างอาร์มบาร์ ใส่นักสู้จากอียิปต์ก่อนชนะไปด้วยเวลาไม่ถึง 1 นาที ในการแข่งขัน ONE Championship ที่บ้านเกิด และการต่อสู้ครั้งใหม่ของเธอ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญเมื่อต้องเจอกับนักสู้จาก ออสเตรเลีย

Amira Hafizovic คือนักสู้หญิงรุ่นสตรอว์เวตจาก ออสเตรเลีย แม้จะเพิ่งเริ่มต้นการต่อสู้ระดับอาชีพไม่นานแต่ความสามารถและทักษะก็ครบเครื่องทั้งเกมบุกและการเข้าล็อคคู่แข่ง โดยเฉพาะการต่อสู้แบบภาคพื้นที่เธอถนัดเป็นพิเศษ หลังจากพิสูจน์ตัวเองในเวทีสมัครเล่นมาแล้วมากมาย หญิงสาวผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้แบบ บราซิเลียน ยิวยิตสู ก็มองถึงชัยชนะครั้งแรกในการเปิดตัวบนเวทีที่ย่างกุ้งนี้ เพื่อจารึกสถิติให้แก่ตัวเอง

 

Zhang Ze Hao VS. Bala Shetty

Zhang Ze Hao คือนักสู้ระดับอาชีพจาก เซี่ยงไฮ้ เขาเริ่มต้นพาตัวเองเข้าสู่วงการ ONE Championship เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา และเริ่มต้นด้วยความน่าประทับใจด้วยการจับคู่ต่อสู้แพ้ TKO ในยกที่ 3 ด้วยการต่อสู้สไตล์ บราซิเลียน ยิวยิตสู แบบที่ตนเองถนัด ส่วนการต่อสู้ครั้งใหม่นี้ เขาก็พร้อมจะใช้วิชาที่เขาเชี่ยวชาญ เก็บชัยชนะเหนือ  Bala Shetty คู่ต่อสู้จาก อินเดีย

ส่วนรายของ Bala Shetty เขาคือแชมป์มวยไทย 8 สมัยที่อินเดีย แต่ก็เคยมีประสบการณ์บนเวทีของ ONE Championship มาแล้วเมื่อปี 2014 แม้จะเริ่มต้นการต่อสู้บนลูกกรงแบบไม่โสภานักเมื่อพ่ายแพ้ต่อหมัดของ เจฟฟ์ หวง นักสู้จากไต้หวันจนแพ้น็อค TKO แต่ความพ่ายแพ้ครั้งนั้นก็ไม่ทำให้เขาถอดใจ เพราะงานนี้เขากลับมาเพื่อประกาศศักดาคว้าชัยชนะครั้งแรกในรายการ ONE Championship โดยมี Zhang Ze Hao เป็นเหยื่อคนแรกที่เขาเล็งเอาไว้

 

Nita Dea VS. Jomary Torres

ปิดท้ายด้วยการต่อสู้ของฝ่ายหญิง เริ่มที่ Nita Dea สาวแกร่งจาก อินโดนีเซีย เธอมีความเชี่ยวชาญการต่อสู้สไตล์มวยปล้ำเป็นพิเศษ มีดีกรีเป็นถึงแชมป์มวยปล้ำระดับชาติ 2 สมัย ก่อนจะเริ่มฝึกฝนการต่อสู้แบบอื่นเพิ่มเติมทั้ง วูซู, มวยไทย และคิกบ็อกซิ่ง ซึ่งก็ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ได้เช่นเดียวกัน ก่อนเข้าสู่เวทีนี้ครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม ซึ่งก็พ่ายแพ้ต่อ ริกะ อิชิเกะ นักสู้สาวไทยไปครั้งนั้น แต่กลับมาคราวนี้เธอแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก และพร้อมแล้วที่จะออกลุยเพื่อประเดิมชัยชนะแรกบนเวทีแห่งนี้

ด้านคู่ต่อสู้อย่าง Jomary Torres จาก ฟิลิปปินส์ แม้จะรูปร่างเล็กกว่านักสู้คนอื่นๆแต่ก็มีดีที่พละกำลังและการเข้าล็อคคู่ต่อสู้แบบกัดไม่ปล่อย Torres ขึ้นเวที ONE Championship มา 2 ครั้ง และชนะรวดทั้งสิ้น โดยไฟต์ล่าสุดก็เล่นงาน ริกะ อิชิเกะ ด้วยการชกและจับล็อคคอด้วยท่า rear naked choke จนคว้าชัยชนะมาได้ และตอนนี้เธอก็มองถึงการคว้าชัยชนะครั้งที่ 3 จาก Nita Dea

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของ วัน แชมเปี้ยนชิพ เข้าชมได้ที่ www.onefc.com ติดตามเราได้ที่ทวิตเตอร์และอินสตาแกรม @ONEChampionship และเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/ONEChampionship

heavy69daddy
FOUNDER of HEAVY69 / Martial Arts / Coffee / Beers / Cigars / Travel / Hip Hop / Reggae and all thing with Culture.

Subscribe me