10 ข้อที่ทำให้ RootsBKK เป็นร้านที่เราไปไม่เลิกทุกวันอาทิตย์
Nov 21, 2014

 

1. ถ้าคุณเป็นคนที่อยากเรียนรู้เกี่ยวกับกาแฟหรือเริ่มต้นลองดื่มกาแฟ Roots เป็นร้านที่ดีที่สุดที่นึงในกรุงเทพที่คุณไม่ควรมองข้าม

2. Roots ไม่เปิดให้บริการในวันธรรมดา เนื่องจากสถานที่จะถูกใช้เป็นที่คิดค้นสูตรและเมนูต่างๆ, เตรียมการคั่วกาแฟ เพราะเป็น coffee roaster เอง, เป็นครัวใหญ่ให้ร้านแม่อย่าง Roast และบางทียังมี workshop เล็กๆ สำหรับคนที่สนใจอยากเรียนรู้เกี่ยวกับกาแฟด้วย เช่น Basic Barista, Basic Latte Art, Cupping หรือ Home Brewing (แต่ตอนนี้ปิดปรับปรุงหลักสูตรอยู่ค่ะ) ร้านกาแฟ special coffee หลายร้านในกรุงเทพก็ใช้เมล็ดกาแฟของที่นี่ด้วย

 

IMG_1944บาร์กาแฟและเครื่องชง Cold Brew หน้าตาเหมือนเครื่องมือวิทยาศาสตร์

3. นอกจากจะปิดวันธรรมดาสำหรับเตรียมงานกาแฟแล้ว ที่นี่ก็ยังมีครัวสำหรับอบขนมเอง ถ้าคิดว่ากาแฟอร่อยแล้ว ขนมก็อร่อยไม่แพ้กัน อบ สด ใหม่ มาทีไรไม่เคยจบแค่ดื่ม ขอกินด้วย แฮ่ 

 

IMG_1946เบเกอรี่อร่อย อบ สด ใหม่ จากครัวที่มองเห็นได้ภายในร้าน

 

4. และเพราะร้านไม่เปิดให้บริการในวันธรรมดา ถ้าอยากไปก็ต้องไปแต่เสาร์-อาทิตย์ใช่ไหม? . . . ก็ใช่ เราก็เลยไปแต่วันอาทิตย์นั่นเอง นี่เป็นเหตุผลยังไง จริงๆ แค่อยากบอกว่า ใครอยากลองมาบ้าง มาได้ตั้งแต่ 12.00-18.00 ของทั้งสองวันนะคะ

 

IMG_1945ใครอ่านั่งดื่มแฟอยู่นั่น? 555

 

5. เผื่อใครยังไม่ทราบ Roots นั้นเจ้าของเดียวกับ Roast Coffee & Eatery เป็นร้านให้บริการ comfort food อีกร้านในกรุงเทพ ที่ทานอะไรก็อร่อยไปหมด T_T เห็นเขียนมามีแต่เรื่องดีๆ แบบนี้ ไม่ได้เงินจากร้านซักกะบาท มีแต่เสียไปอุดหนุนเค้า แต่ก็ไปกินหมดทุกอย่างที่ว่ามานะ . . . บอกเลย ไม่ดีจริง ไม่บอกต่อ 555

 

IMG_1953โน้ตที่ทางร้านจะแนบไปให้สำหรับคนที่สั่งเมล็ดกาแฟที่คั่วกับเค้า จะมี facts เกี่ยวกับตัวเมล็ด, Notes จากคนคั่วและบาริสต้า รวมไปถึงวิธีการชงในแบบต่างๆ ที่เหมาะกับเมล็ดตัวนี้ เช่น French Press, Pour Over หรือ Aeropress แต่ละตัวต้องใช้เมล็ดปริมาณเท่าไหร่ กับน้ำปริมาณไหน อุณหภูมิใดถึงจะพอเหมาะ
รวมไปถึงระยะเวลาในการชง . . . แสดงให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนของทางร้านมากๆ

 

6. คุณเต้-วรัตตน์ วิจิตรวาทการ เจ้าของร้านนอกจากจะเป็นตัวจริงเรื่องกาแฟแล้ว ถ้าได้เจอคุณจะสัมผัสได้ว่า เค้าเป็นคนที่พร้อมให้ความรู้กาแฟคุณได้ตลอดเวลา ถามอะไรก็เหมือนจะตอบได้ไปหมดและเป็นความรู้ในเชิงลึกด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีความเป็นมิตรสูง บอกได้เลยว่า ความเจ๋งและมีเสน่ห์ของร้านนี้อีกอย่างนึงที่มองข้ามไม่ได้นั้นอยู่ที่ตัวเจ้าของร้านจริงๆ ค่ะ

 

IMG_1950ใส่น้ำร้อนเพื่อวอร์มแก้วเตรียมสำหรับการชงกาแฟแบบ French Press

 

7. พนักงานที่ร้านน่ารักและเป็นมิตร ถ้าคุณไปบ่อยเพียงพอ เค้าจะทักทายคุณด้วยชื่อกาแฟแก้วโปรดของคุณทันที เช่นว่า “วันนี้มี Cold Brew นะครับ จะรับมั๊ย?” ส่วนใครที่ยังไม่เคยไป อยากลองดื่มกาแฟแบบไหนก็สามารถถามเค้าได้นะคะ จริงๆ เมนูเค้าจะมีเขียนเมล็ดและวิธีการชงเอาไว้ให้เลือกอยู่แล้ว แต่ไปแรกๆ อาจจะงงอยู่เหมือนกัน ลองดูค่ะ 

 

IMG_1947คุณพลอย บาริสต้ามือดี และเป็นหนี่งในผู้รับผิดชอบการคั่วกาแฟของทางร้าน

8. บรรยากาศที่นี่ไม่เหมือนร้านกาแฟอื่นๆ เพราะอย่างที่บอกว่าปกติแล้ว สถานที่นี้เป็นครัวใหญ่และใช้เตรียมงานหลังบ้านต่างๆ ดังนั้นบริเวณที่เปิดให้บริการก็คือพื้นที่เดียวกัน คุณเลยจะได้นั่งข้างๆ เครื่องคั่วกาแฟ หรือบริเวณเคาท์เตอร์บาร์ ที่สามารถมองเห็นคนครัวอบขนมวุ่นกันตลอดเวลา นอกจากนี้ เฟอร์นิเจอร์หลักๆ ของที่ร้านก็จะเป็นเคาท์เตอร์ไม้, หลอดไฟเอดิสัน, Blackboard ที่เขียนเมนูด้วยชอล์ค และเครื่องชง Cold Brew หน้าตาเหมือนเครื่องมือวิทยาศาสตร์วางประดับเอาไว้ในร้าน (โอเค . . . เจอข้อเสียแล้ว คือ ที่นั่งน้อยจัง หลังๆ ไปแล้วคนเยอะนี่ได้แต่ยืนรอ ฮือ)

 

IMG_1955Notes ของแต่ละเมล็ด มีบอกแหล่งที่มา ที่ปลูก กรรมวิธี และรสชาติที่สัมผัสได้หลังดื่ม . . . รายละเอียดเล็กๆ ที่น่ารักและให้เกร็ดความรู้กับคนที่มาทานไปในตัว

9. ทุกครั้งที่คุณสั่งกาแฟ คุณจะได้กระดาษโน้ตใบเล็กๆ แนบมาด้วย ซึ่งจะเขียนบรรยายให้คุณรู้ว่า กาแฟที่คุณสั่งนั้น เมล็ดมีที่มาจากไหน ฟาร์มอะไร ประเทศอะไร ผ่านกรรมวิธีใดมา หรือดื่มแล้วได้รสยังไง . . . ใครที่ยังไม่เคยลอง เมล็ดกาแฟแต่ละตัวที่ผ่านกรรมวิธีต่างๆ มาไม่เหมือนกัน พอดื่มแล้วก็จะได้รสที่แตกต่างกันไป เช่น รู้สึกเหมือนเพิ่งทานแครกเกอร์ไปบ้าง ได้กลิ่นไม้บ้าง แตงกวาบ้าง เต้าหู้ยี้ก็มี(อันนี้มโนได้กันเอง 555) แยมสตรอว์เบอร์รี่ก็มา เรียกได้ว่าเป็นความสนุกอีกอย่างนึงของการดื่มกาแฟเลยทีเดียว

 

IMG_1954Props น่ารักๆ . . . ใครที่ติดหวาน ทางร้านก็มี syrup ตั้งไว้ให้บริการค่ะ

10. วิธีการจ่ายเงินของที่นี่ น่ารักน่าเอ็นดู เพราะหลังจากทานเสร็จ ก่อนเดินออกจากร้าน เราสามารถแสดงความจริงใจกับร้านด้วยการจ่ายเงินลงใน Honesty Box ที่วางอยู่ข้างเคาท์เตอร์ จะไม่มีใครมาจับตาดูว่าคุณจ่ายไปเท่าไหร่ แต่ค่าเฉลี่ยที่ทางร้านให้ไว้คือ กาแฟแก้วละ 100 บาท ขนมชิ้นละ 50 บาท . . . ทานเท่าไหร่หรือพอใจกับการบริการแค่ไหนก็หยอดเท่านั้น (เลยสบายใจได้อีกอย่างว่า อนามัยของพนักงานกับการทอนเงินนั้นปลอดภัยดี) ว่าแต่ไปทานกันแล้วก็อย่าลืมหยอดเงินก่อนกลับกันด้วยนะคะ ร้านน่ารักขนาดนี้
.
.
.
มาเขียนนี่ไม่ได้โฆษณาธรรมดานะ แต่เป็นโฆษณาชวนเชื่อ (เหรอออ?) ตังค์ก็ไม่ได้ นี่ทำอะไรลงไป 555 . . . ถ้าไปลองกันสักครั้งอาจจะติดใจนะคะ

 

FB Fanpage:  https://www.facebook.com/RootsBkk
IG:  http://instagram.com/rootsbkk

admin

admin
description

Subscribe me