ฉลองความสำเร็จครบ 40 ปี รถกระบะมิตซูบิชิ
Sep 27, 2018

ในปี พ.ศ. 2521 เป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง หลายๆ อย่างเกิดขึ้นในยุคนั้นอย่างอุตสาหกรรมวีดีโอเกมได้ถือกำเนิดขึ้น เครือข่ายโทรศัพท์มือถือกำลังถูกพัฒนาขึ้นในประเทศญี่ปุ่น และซุปเปอร์แมนเริ่มเป็นที่โด่งดังในโลกภาพยนตร์ ในช่วงเวลาเดียวกันรถกระบะมิตซูบิชิขนาดหนึ่งตันได้ถูกเผยโฉมขึ้นเป็นครั้งแรก และในอีกสี่ทศวรรษต่อมารถรุ่นดังกล่าวได้กลายเป็นยานพาหนะสำหรับผู้คนทั่วโลกมากกว่า 4.7 ล้านคน

รถกระบะมิตซูบิชิโดดเด่นด้วยความสามารถในการขับเคลื่อนบนทุกสภาพถนน และภูมิประเทศด้วยการพัฒนา และออกแบบเพื่อมุ่งตอบสนองทุกความปรารถนาของลูกค้าผู้ชื่นชอบรถกระบะ ทั้งในด้านความแข็งแกร่ง ทนทาน และการบรรทุกสัมภาระ รวมถึงความอเนกประสงค์ที่มาพร้อมความสะดวกสบายในการโดยสารที่ไม่ต่างไปจากรถยนต์นั่งแบบซีดาน

รถกระบะมิตซูบิชิรุ่นแรกเผยโฉมในนาม ฟอร์เต้ (FORTE) หรือ แอล200 (L200) ในบางประเทศก็ยังคงใช้งานจนถึงปัจจุบัน โดยรถกระบะ มิตซูบิชิ ฟอร์เต้ ได้รับการพัฒนาให้แข็งแกร่ง ทนทานต่องานบรรทุกทั้งผู้โดยสาร และสัมภาระ รถกระบะ มิตซูบิชิ ฟอร์เต้ ขนาดหนึ่งตัน ขับขี่ง่าย สมรรถนะแกร่ง ทนทานกับการใช้งานบรรทุกสัมภาระ จึงได้รับความนิยมไปทั่วโลกในเวลาไม่นาน ทั้งในประเทศที่มีสภาพภูมิอากาศแบบหนาวจัด และแบบทะเลทรายที่ร้อนระอุ กระนั้นมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังคงมุ่งมั่นพัฒนารถกระบะให้แก่ลูกค้าขาลุยด้วยการคิดค้นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อมาใช้ในรถกระบะ มิตซูบิชิ ฟอร์เต้ รุ่นปี พ.ศ. 2523 ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นต้นแบบของยนตรกรรมขับเคลื่อนสี่ล้อยุคใหม่อย่างมิตซูบิชิ ปาเจโร หรือ มอนเทโร และ มิตซูบิชิ เดลิกา

ในเวลาต่อมา รถกระบะมิตซูบิชิถูกส่งไปจำหน่ายในอีกหลายประเทศภายใต้ชื่อ ไทรทัน ซึ่งประสบความสำเร็จ และได้กลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนธุรกิจที่สำคัญของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส อีกด้วย ทั้งนี้แพลตฟอร์มของ มิตซูบิชิ ไทรทัน เจอเนอเรชั่นแรก และเจนเนอเรชั่นที่สอง ได้รับการพัฒนาขึ้นที่ศูนย์การผลิตยานยนต์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่เขตโอเอะ เมืองนาโกย่า และต่อมา มิตซูบิชิ ไทรทัน เจอเนอเรชั่นที่สามในปี พ.ศ. 2538 ซึ่งถูกผลิตขึ้น และส่งออกไปยังตลาดทั่วโลกจากศูนย์การผลิตยานยนต์ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส แหลมฉบัง ประเทศไทย และปัจจุบันยังเป็นศูนย์การผลิตยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ด้วยจำนวนการผลิตประมาณ 400,000 คัน เราจะมาร่วมรำลึกย้อนดูถึงการเดินทางของรถกระบะมิตซูบิชิจากรุ่นสู่รุ่น ตั้งแต่ ฟอร์เต้ สู่ 
ไทรทัน และ แอล200

เจนเนอเรชั่นที่ 1

กันยายน พ.ศ. 2521 FORTE รถกระบะขนาดหนึ่งตันเผยโฉมในประเทศญี่ปุ่น และส่งออกภายใต้ชื่อ MITSUBISHI TRUCK และ L200 โดยเริ่มทำการส่งออกไปยังอเมริกาเหนือในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2521 มีจำหน่ายเฉพาะรุ่นซิงเกิ้ลแค็บ โดยมีเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร และเครื่องยนต์ขนาด 2.6 ลิตร สำหรับตลาดอเมริกาเหนือ ขณะที่เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร พัฒนาขึ้นสำหรับตลาดประเทศญี่ปุ่น และภูมิภาคอื่นๆ ทั้งนี้ เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.3 ลิตร ก็มีให้เลือกสำหรับตลาดส่งออกโดยทั่วไป และเปิดตัวพร้อมระบบ Part-time 4WD System ครั้งแรกในตุลาคม พ.ศ. 2523

เจนเนอเรชั่นที่ 2

มีนาคม พ.ศ. 2529 รถกระบะมิตซูบิชิได้รับการปรับโฉมใหม่ และครบครันด้วยรุ่นซิงเกิ้ลแค็บ คลับแค็บ และดับเบิ้ลแค็บ ด้วยสไตล์ตัวถังทั้งแบบสั้น และแบบยาวในรุ่นซิงเกิ้ลแค็บ พร้อมระบบการขับเคลื่อนทั้งแบบสองล้อ และสี่ล้อ มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร และ 2.6 ลิตร รวมถึงเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร (เพิ่มเติมจากเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.3 ลิตร) และในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2534  STRADA ถือเป็นการเปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่นโดยมีเฉพาะรุ่นดับเบิ้ลแค็บ

เจนเนอเรชั่นที่ 3

พฤศจิกายน พ.ศ. 2538 รถกระบะมิตซูบิชิรุ่น L200 STRADA เปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ผลิตและส่งออกจากศูนย์การผลิตยานยนต์แหลมฉบัง ประเทศไทย มีให้เลือกในรุ่น ซิงเกิ้ลแค็บ และคลับแค็บ ส่วนรุ่นดับเบิ้ลแค็บได้รับการผลิตขึ้นสำหรับการส่งออก ทั้งนี้ แอล200 สตราด้า ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร และ 2.8 ลิตร พร้อมนวัตกรรมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเทคโนโลยี ‘Easy Select 4WD’

เจนเนอเรชั่นที่ 4

สิงหาคม พ.ศ. 2548 รถกระบะมิตซูบิชิ ‘TRITON’ เผยโฉมครั้งแรกในประเทศไทยครบครันทั้งรุ่น ซิงเกิ้ลแค็บ คลับแค็บ และดับเบิ้ลแค็บ ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลที่พัฒนาขึ้นใหม่ขนาด 2.5 ลิตร และ3.2 ลิตร มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนแบบสองล้อและสี่ล้อแบบ ‘Easy Select 4WD’ และ ‘Super Select 4WD’

เจนเนอเรชั่นที่ 5

พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 รถกระบะมิตซูบิชิเจนเนอเรชั่นที่ 5 เปิดตัวในประเทศไทยเป็นแห่งแรกก่อนจะตามมาด้วยการเปิดตัวในประเทศอื่นๆ จัดมาครบทั้งรุ่น ซิงเกิ้ลแค็บ คลับแค็บ และดับเบิ้ลแค็บ มาพร้อมนวัตกรรมเครื่องยนต์ MIVEC เทอร์โบดีเซลขนาด 2.4 ลิตร เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบขนาด 2.5 ลิตร และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนแบบสองล้อและสี่ล้อพร้อมเทคโนโลยี ‘Super Select 4WD-II’ ควบคุมการเปลี่ยนโหมดขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้า

และที่สำคัญในอีกไม่ช้านี้ยนตรกรรมกระบะรุ่นใหม่แห่งอนาคตจะมาเผยโฉมใหม่เร็วๆนี้

Subscribe me