ฟอร์ดตามรอยเท้าพ่อ ไปกับฟอร์ด เรนเจอร์ และ เอเวอเรสต์ ณ เมืองน่าน
Jan 1, 2017

เช้าตรู่ของวันที่ 13 ธันวาคม 2559 สื่อมวลชนจากหลากหลายที่มารวมตัวกันที่สนามบินดอนเมืองเพื่อเดินทางไปกับฟอร์ด ประเทศไทย ในทริปเดินตามรอยเท้าพ่อ เพื่อเยี่ยมชมโครงการหลวงอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อช่วยพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน และร่วมกิจกรรมทำความดีเพื่อคนในชุมชน ณ จังหวัดน่าน พร้อมทดลองขับรถยนต์ 2 รุ่นคือ ฟอร์ด เรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ บนเส้นทางขึ้นลงดอยที่คดเคี้ยว และลาดชัน

วันที่1 มุ่งหน้าดอยภูคา

เมื่อเดินทางมาถึงท่าอากาศยานน่านนคร จังหวัดน่าน ก็ได้ขึ้นรถตู้เพื่อเดินทางไปยังโรงแรมน่านตรึงใจ เมื่อเดินทางมาถึงโรงแรม คุณศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย ได้กล่าวต้อนรับสื่อมวลชน หลังจากนั้นก็มีการอธิบายภาพรวมของสถานที่ที่เราจะไป พร้อมเส้นทางตามรอยเท้าพ่อ และรับฟังข้อมูลรถยนต์ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เมื่อทุกคนพร้อมแล้วก็จะออกเดินทางสู่ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน

โดยในวันแรกเราได้ขับ ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ รถเอส ยู วี ที่เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะขับขี่ ครบครันด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ให้ความสะดวกสบายในการขับขี่บนทุกสภาพถนน ทั้งยังการันตีด้วยรางวัลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรางวัลมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จากศูนย์ทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยด้านยานยนต์แห่งภูมิภาคอาเซียน (ASEAN New Car Assessment Program) และรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2558 (Thailand Car of the Year 2015) โดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์ไทย

จุดแรกที่ไปถึงคืออำเภอทุ่งช้าง เราแวะจุดนี้เพื่อเยี่ยมชมอนุสาวรีย์วีรกรรม พลเรือน ตำรวจ ทหาร ณ พิพิธภัณฑ์ทหาร และสดุดีวีรกรรมของวีรชนไทย รวมไปถึงสักการะพระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานเพื่อเป็นมิ่งขวัญและกำลังใจในการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายกับชาวบ้านในท้องถิ่นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2519


ซึ่งในช่วงเวลาที่พระองค์ได้เสด็จฯ ไปนั้น จังหวัดน่านยังเป็นพื้นที่สีแดงที่เต็มไปด้วยภัยอันตราย แต่พระองค์ทรงห่วงใยพสกนิกรของพระองค์เหนือสิ่งอื่นใด นำมาซึ่งความปลื้มปิติและเป็นที่เล่าขานจากรุ่นสู่รุ่นของชาวเมืองน่านถึงน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมไปด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวง

จากนั้น สื่อมวลชนได้เดินทางต่อไปยังอุทยานแห่งชาติดอยภูคาเพื่อสัมผัสอากาศเย็นอันบริสุทธิ์และความงดงามจากธรรมชาติโดยรอบ ตลอดเส้นทางอันคดเคี้ยวและลาดชัน สื่อมวลชนได้มีโอกาสทดสอบสมรรถนะและเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะของฟอร์ด เอเวอเรสต์ อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System) ที่ช่วยลดความเสียหายจากการกระแทกหรือหลีกเลี่ยงโอกาสการชน ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ที่คอยควบคุมความเร็วแบบอัตโนมัติเพื่อให้รถอยู่ห่างจากรถคันหน้าในระยะที่ปลอดภัยตามความเร็วที่ตั้งไว้

ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ทำงานร่วมกับกล้องที่ติดตั้งบริเวณหน้ารถ รวมไปถึงระบบแจ้งเตือนการขับขี่ (Driver Alert System) ซึ่งจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนเมื่อตรวจพบว่าผู้ขับขี่มีอาการเหนื่อยล้า ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกช่วงการขับขี่จะเป็นไปอย่างปลอดภัย สะดวกสบาย และคล่องตัวในทุกสภาพถนน

เมื่อเดินทางใกล้ถึงดอยภูคาในช่วงหัวค่ำ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ยังมีระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ (Auto High Beam Control) ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากเมื่อเดินทางในบริเวณที่มืดและไม่มีแสงไฟจากรถและสิ่งอื่นๆ โดยรอบ และในช่วงเวลากลางคืน


ที่พักบนอุทยานมีให้เลือก 2 แบบคือแบบบ้านพัก และแบบกางเต้นท์ เราเลือกนอนในเต้นท์บนลานกว้างที่ทางอุทยานจัดเตรียมพื้นที่ไว้ให้ การนอนเต้นท์ก็สามารถเช่าอุปกรณ์ต่างๆ ได้ที่อุทยานเลย นอนเต้นท์สมัยนี้สะดวกสบายกว่าสมัยก่อนมาก แต่สำหรับคนที่เข้าห้องน้ำบ่อยๆ ก็ไม่ขอแนะนำเพราะว่าจากจุดกางเต้นท์เดินไปห้องน้ำก็ไกลอยู่เหมือนกัน เราโชคดีที่เลือกนอนเต้นท์ เพราะกิจกรรมรอบกองไฟที่ทางฟอร์ด จัดมันก็อยู่หน้าเต้นท์เรานิเอง ร้องๆ เล่นๆ ชมดาวเพลินแล้วก็คลานเข้าไปนอนได้เลย

วันที่2 โครงการปิดทองหลังพระ

เริ่มต้นวันที่2 ด้วยการสลับรถจากเมื่อวานที่เราได้ขับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ วันนี้เราจะมาขับ ฟอร์ด เรนเจอร์ กันโดยจะเป็นการเดินทางไปที่โครงการปิดทองหลังพระ บ้านเปียงก่อ ตำบลขุ่นน่าน

โครงการปิดทองหลังพระ บ้านเปียงก่อ เป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้และฝึกอบรมด้านการพัฒนาพื้นที่ทำกินตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง สื่อมวลชนนอกจากจะได้เข้าเยี่ยมชมโครงการแล้วยังได้ร่วมทำกิจกรรมการปรับเปลี่ยนที่ดินจากการถางป่าเพื่อทำไร่ข้าวโพดมาเป็นการทำการเกษตรแบบยั่งยืนอีกด้วย


ระหว่างการเดินทางไปโครงการปิดทองหลังพระ แม้ว่าเส้นทางจะคดเคี้ยวมากมาย ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทรค 3.2 ลิตร รุ่นปี 2016 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล ดูราทอร์ค ทีดีซีไอ วีจี เทอร์โบขนาด 3.2 ลิตร ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด พละกำลังสูงสุด 200 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 470 นิวตันเมตร  ก็ยังเป็นรถกระบะที่ขับสบาย และอัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัย ให้ความมั่นใจในการควบคุมที่คล่องแคล่วแม่นยำ ด้วยระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า ที่จะปรับให้พวงมาลัยมีน้ำหนักเบาในขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ และเน้นความแม่นยำเมื่อขับขี่ที่ความเร็วสูง

นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยการออกตัวขณะจอดรถบนทางลาดชันสามารถช่วยให้ผู้ขับขี่ขับรถบนทางลาดชันได้อย่างมั่นใจ ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา ที่ช่วยควบคุมการขับลงเขาที่เสริมแรงเบรกในระดับความเร็วต่อเนื่อง ผสานกับระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และระบบเบรกฉุกเฉิน ที่ช่วยส่งน้ำหนักไปที่ระบบเบรกเพื่อเพิ่มพลังในการเบรกเมื่อผู้ขับขี่ต้องเบรกกะทันหันในสถานการณ์ฉุกเฉินอีกด้วย

เมื่อมองจากเส้นทางในครั้งแรกก็จินตนาการไปต่างๆ นานา ว่าขับรถกระบะในเส้นทางแบบนี้จะต้องเหนื่อย และเครียดแน่ๆ เพราะนอกจากจะเป็นทางที่โค้งคดเคี้ยว ตลอดเส้นทางแล้ว แถมข้างทางก็เป็นหน้าผาชันหน้ากลัวแต่ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทรค 3.2 ลิตร ก็มาพร้อมเทคโนโลยีอีกมากมายที่ทำให้เราผ่านเส้นทางดังกล่าวไปได้อย่างสบาย ได้แก่ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว เพื่อการควบคุมทุกการขับขี่ ซึ่งมาพร้อมระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ ระบบลดอาการส่ายขณะลากจูงเทรลเลอร์ และระบบควบคุมการบรรทุก ช่วยรักษาระบบควบคุมการทรงตัวตามน้ำหนักของสัมภาระ

ระหว่างการเดินทางได้ทดสอบเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะใหม่ในฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทรค 3.2 ลิตร เพิ่มเติม ซึ่งระบบต่างๆ ก็มีไม่น้อยหน้า ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เลย นอกจากนี้ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค 3.2 ลิตร ยังมาพร้อมกับระบบสั่งงานด้วยเสียงซิงค์ 3 (SYNC 3) ผู้ขับขี่สามารถสั่งการรถรวมถึงการรับสายโทรศัพท์โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัยระหว่างขับขี่


เมื่อถึงโครงการปิดทองหลังพระ สื่อมวลชนได้เข้ารับฟังการบรรยายถึงที่มาของ โครงการปิดทองหลังพระ บ้านเปียงก่อ ตำบลขุ่นน่าน และแบ่งกลุ่มทำกิจกรรมที่ทางโครงการจัดเตรียมไว้ให้ หลังจากนั้นคาราวาน ฟอร์ด แรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอสต์ กว่า 30 คันก็เดินทางสู่โรงแรมน่านตรึงใจเพื่อพักผ่อนเอาแรงเพื่อที่จะลุยในวันถัดไป

วันที่3 พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสา

ในวันสุดท้ายของทริปสื่อมวลชนได้เดินทางมายังพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสา อำเภอเวียงสา เพื่อน้อมรำลึกถึงองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในคราวเสด็จเยือนจังหวัดน่านครั้งแรก

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสา มีการจัดแสดงพระที่นั่ง ภาพถ่าย และของใช้ในสมัยโบราณ และข้อมูลภาพถ่ายเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งในส่วนนี้ทำออกมาได้ดีมาก จะเรียกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์เลยก็ไม่เชิงเพราะยังเป็นสถานที่ราชการที่ให้บริการประชาชนอยู่ด้วยที่บริเวณ ชั้น1


ส่วนชั้น2 จะเป็นส่วนจัดแสดง ที่จัดวางได้ดี ดูเพลินและได้ความรู้ ถ้าใครมาเที่ยวน่านพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงสา เป็นอีกที่ๆ ไม่ควรพลาด


ในระหว่างที่เดินชมพิพิธภัณฑ์ สื่อมวลชนบางท่านก็ลงมาที่ลานจอดรถ เพื่อทดลองใช้ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Active Park Assist) ซึ่งเป็นระบบช่วยสแกนหาช่องว่างในการจอดรถที่เหมาะสม รวมไปถึงระบบตรวจจับรถในจุดบอด (BLIS – Blind Spot Information System) ที่มาพร้อมระบบตรวจจับรถขณะออกจากซองจอด (Cross Traffic Alert) ที่จะคอยแจ้งเตือนผู้ขับขี่ในกรณีที่มีรถคันอื่นอยู่ในจุดบอดหรือเมื่อมีรถตัดผ่านในขณะถอยออกจากซองจอด ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถถอยรถออกจากช่องจอดได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น


ช่วงบ่ายสื่อมวลชนยังได้ร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมกับฟอร์ด ประเทศไทย ด้วยการสมทบทุนในการสร้างห้องสมุดให้กับโรงเรียนริมฝั่งว้าวิทยา และส่งมอบหนังสือเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ นิทาน และวีดิทัศน์เกี่ยวกับคำสอนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและอุปกรณ์การเรียนการสอนต่างๆ ให้กับทางโรงเรียน หลังจากนั้น สื่อมวลชนเดินทางกลับมายังสนามบินน่านนคร จังหวัดน่าน ก่อนจะเดินทางกลับด้วยการบินมายังกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ

หลังจากจบกิจกรรมตามรอยเท้าพ่อในครั้งนี้ทำให้เราได้สัมผัส เข้าใจ และพร้อมที่จะสานต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในการทำความดีเพื่อสังคมและประโยชน์ของส่วนรวมมากยิ่งขึ้น อีกสิ่งที่สร้างความประทับใจคือ ฟอร์ด เรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ได้พิสูจน์ให้สื่อมวลชนได้เห็นถึงสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ครบครันด้วยเทคโนโลยีอันชาญฉลาด ทำให้ ฟอร์ด เรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ กลายเป็นรถที่เปิดประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับสำหรับทุกไลฟ์สไตล์จริงๆ

Subscribe me