ปลั๊กอิน แอดแวนเจอร์ ลุย 12,800 กิโลเมตร เอาชนะรายการมองโกลแรลลี่ การแข่งขันขับรถยนต์ไฟฟ้าสุดหินระดับโลก
Sep 25, 2017

คริสและจูลี่ แรมซีย์ คู่สามีภรรยาชาวสกอตแลนด์ ลงแข่งขันในนามทีมปลั๊กอิน แอดแวนเจอร์ (Plug In Adventures) สามารถผ่านเข้าเส้นชัยการแข่งขันมองโกล แรลลี่ ณ เมืองอูลัน อูเด ประเทศรัสเซีย ถือเป็นรายแรกที่สามารถตะลุยผ่านเส้นทางข้ามทวีปที่ทุรกันดารด้วยรถยนต์นิสสัน ลีฟ ที่ได้รับการปรับแต่งให้สามารถลุยไปได้ในทุกสภาวะ หรือ All-Terrain Electric Vehicle (AT-EV)

คริสและจูลี่ เริ่มต้นออกเดินทางจากสนามกู้ดวูด มอเตอร์ สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ผ่านประเทศต่างๆ จำนวน 13 ประเทศ เป็นระยะทางรวมกว่า 12,800 กิโลเมตร ทั้งคู่ได้ทำการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์จำนวน 111 ครั้ง ก่อนจะเดินทางถึงเส้นชัยในประเทศรัสเซียทางตอนเหนือของเขตชายแดนมองโกเลีย โดยมีค่าใช้จ่ายในการชาร์จไฟไม่ถึง 100 ปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยไม่เกินประมาณ 4,400 บาทเท่านั้น

คริส แรมซีย์ กล่าวว่า “หลายคนเคยบอกผมว่า รถยนต์ไฟฟ้าไม่สามารถขับขี่ในระยะไกลได้ แต่ผมยืนยันได้ว่าไม่เป็นความจริงเลย หลังจากที่ได้เดินทางเป็นระยะทางมากกว่าหมื่นกิโลเมตรด้วยรถยนต์ไฟฟ้า เราแทบไม่พบปัญหาใดๆ  การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นประสบการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต และแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าเรามาถึงเส้นชัยแล้ว เราเดินทางผ่านประเทศต่างๆ มากมายโดยอาศัยเพียงแบตเตอรี่ไฟฟ้าที่ไม่มีการปล่อยมลภาวะ ตอนนี้ผมภูมิใจ ปลาบปลื้ม  และมีความสุขที่สุด”

ระหว่างเดินทางในยุโรป คริสและจูลี่สามารถหาสถานีชาร์จที่ชาร์จไฟฟ้าให้กับรถได้ถึง 80% ในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง  แต่เมื่อพวกเขาเดินทางถึงบัลแกเรีย และประเทศที่อยู่เหนือขึ้นไป สถานีชาร์จก็เริ่มหายากมากขึ้นทำให้ต้องหันไปชาร์จไฟฟ้าจากที่อื่นๆ แทน เช่น โรงแรม ไปรษณีย์ สถานีตำรวจ และสถานีดับเพลิงในรัสเซีย มีครั้งหนึ่งพวกเขาขอความช่วยเหลือจากช่างไฟฟ้าในการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ โดยตรงกับเสาไฟฟ้ากลางป่าในไซบีเรีย

ระยะทางที่พวกเขาเดินทางได้ไกลที่สุดในการชาร์จแบตเตอรี่หนึ่งครั้ง คือ 185 กิโลเมตร โดยเหลือแบตเตอรี่ 6% ก่อนการชาร์จครั้งต่อไป โดยเฉลี่ยแล้วคริสและจูลี่จะเดินทางประมาณ 152 กิโลเมตร ระหว่างการชาร์จแต่ละครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าจะเหลือแบตเตอรี่สำรองไว้เพียงพอก่อนเดินทางถึงจุดชาร์จแบตเตอรี่จุดต่อไปหากจำเป็นต้องหาที่ชาร์จไฟทดแทน

ระหว่างการเดินทาง ทีมปลั๊กอิน แอดแวนเจอร์ พยายามเผยแพร่ประโยชน์ของการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และเรื่องราวการเดินทางของพวกเขาได้รับความสนใจจากทุกประเทศที่เขาเดินทางไปถึง คริสได้รับเชิญไปร่วมงานอภิปรายใน the Astana International Exposition เพื่อทำให้แนวคิดเรื่องพลังงานแห่งอนาคตกลายเป็นความจริง โดยรถยนต์นิสสัน ลีฟ All-Terrain ก็ได้รับการนำไปจัดแสดงในงานอีกด้วย

รถยนต์ที่ทีมปลั๊กอิน แอดแวนเจอร์ใช้ในการแข่งขันคือรถยนต์นิสสัน ลีฟ Acenta รุ่นปี 2016 มีแบตเตอรีความจุขนาด 30 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถเดินทางเป็นระยะ 250 กิโลเมตรต่อการชาร์จแบตเตอรี่หนึ่งครั้ง โดยได้รับการปรับแต่งเพื่อให้สามารถเดินทางไปในพื้นที่ต่างๆ ได้ไกลขึ้น

นิสสัน ลีฟ AT-EV ได้รับการปรับแต่งโดยใช้ล้อของ Speedline SL2 Marmora ที่เหมาะกับการขับขี่แบบออฟโรด พร้อมติดตั้งแผ่นป้องกันด้านล่างของบริเวณปีกนก สายเบรก แผ่นบังโคลน ทำให้ขับขี่ในเส้นทางท้าทายได้ดียิ่งขึ้น

ราวหลังคาด้านบนได้รับการปรับแต่งให้มีพื้นที่เก็บสัมภาระได้มากขึ้น พร้อมติดตั้งแผงไฟ LED Lazer Triple-R 16 ที่ช่วยให้แสงสว่าง 16,400 ลูเมน เมื่อเดินทางไปในพื้นที่ที่ห่างไกล

เนื่องจากไม่มีการจับเวลาในการแข่งขันมองโกลแรลลี่ ความสะดวกสบายในการขับขี่ทางไกลจึงเป็นสิ่งสำคัญ รถยนต์นิสสัน ลีฟ AT-EV จึงเน้นที่การลดน้ำหนักและเพิ่มพื้นที่  พื้นที่ด้านหน้าบริเวณคนขับและที่นั่งข้างคนขับยังคงเหมือนเดิม แต่ถอดเบาะด้านหลังออก ทำให้ลดน้ำหนักไปได้กว่า 32 กิโลกรัม และมีการเพิ่มอุปกรณ์ดับเพลิงและอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเข้าไป

นิสสัน ลีฟ AT-EV ได้รับการปรับแต่งโดย RML Group ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบยานยนต์ประสิทธิภาพสูงชั้นนำในสหราชอาณาจักร

มองโกลแรลลี่ รายการแข่งขันแรลลี่การกุศลที่มีระยะทางยาวถึง 16,000 กิโลเมตร โดยผ่านภูมิประเทศที่มีทั้งภูเขา ทะเลทราย และที่ราบในทวีปยุโรปและเอเชีย  ที่จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2547 โดยทีม The Adventurists ซึ่งมีกฎว่าผู้เข้าการแข่งขันต้องใช้รถยนต์ที่มีเครื่องยนต์ขนาดไม่เกิน 1 ลิตร เพื่อเพิ่มความท้าทายและการทำความรู้จักกับท้องถิ่นที่เดินทางผ่าน ผู้เข้าแข่งขันจะไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือมีแผนสำรองใดๆ และต้องแก้ปัญหาที่เจอระหว่างการแข่งขันด้วยตนเอง

ในปี 2560  The Adventurists สนับสนุนการตัดสินใจของคริสที่ต้องการเข้าร่วมการแข่งขันด้วยรถยนต์นิสสัน ลีฟ AT-EV ทำให้ลีฟ เป็นรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันมอลโกลแรลลี่ พร้อมกับส่งเสริมความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของ The Adventurists

ส่วนผู้ที่สนใจทีม “ปลั๊กอิน แอดแวนเจอร์” สามารถติดตามได้ทาง twitter.com/pluginadventure

Subscribe me