เที่ยวละไมไปกับ มิตซูบิชิ แอททราจ และ มิราจ โฉมใหม่
Sep 28, 2017

โดยปกติ มิตซูบิชิ (ประเทศไทย) มักจะมีกิจกรรมปั่นจักรยานตามจังหวัดต่างๆ และมักจะเอาจักรยานไปบริจาคตามพื้นที่ห่างไกลเพื่อให้เด็กๆ และชาวบ้านได้ใช้ในการเดินทาง แต่ช่วงนี้ฝนตกหนักเหลือเกินจากการชวนปั่นจักรยานเลยเปลี่ยนเป็นการจัดทดสอบรถยนต์ มิตซูบิชิ แอททราจ และมิตซูบิชิ มิราจ รุ่นใหม่ แทนโดยการทดสอบครั้งนี้จะเป็นการเดินทางไปด้วย ซิตี้คาร์ ของมิตซูบิชิทั้ง 2 รุ่น ซึ่งจะเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปยังสวนละไม สวนผลไม้ท่ามกลางหุบเขาและฟาร์มแกะ จังหวัดระยองโดยนัดรวมตัวกันที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ รวมระยะทางไปกลับทั้งสิ้นกว่า 300 กิโลเมตร การเดินทางครั้งนี้เป็นการพิสูจน์ว่ารถยนต์ขนาดเล็กซิตี้คาร์ จะสามารถเดินทางไปได้ทุกที่ ถ้าอยากจะไปได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพขนาดไหน


เริ่มต้นด้วยการทดสอบความจุของรถเมื่อต้องเดินทางไกลด้วยรถยนต์แบบซิตี้คาร์ โดยมีผู้โดยสารนั่งเต็มคันถึง 4 คน รถจะมีอาการอย่างไร จะวิ่งออกมั้ย และตำแหน่งนั่งต่างๆ จะสร้างความสบายหรือทรมานให้ผู้โดยสารได้มากน้อยขนาดไหน คันที่ผมนั่งเป็น มิตซูบิชิ แอททราจ ซิตี้คาร์ สไตล์ซีดาน ดูจากรูปร่างภายนอกมีความโฉบเฉี่ยวอยู่พอตัว


มิตซูบิชิ แอททราจ มีการปรับเปลี่ยนจากรุ่นก่อนหน้าโดยจะมีสิ่งที่เปลี่ยนไปที่เห็นได้ชัดคือกันชนท้ายและไฟท้าย ที่ดูสปอร์ตปราดเปรียวยิ่งขึ้นทำให้มิติของ มิตซูบิชิ แอททราจ ให้ความรู้สึกพุ่งทะยานสวยงามกว่าเดิม ในส่วนด้านหน้ายังคงเอกลักษณ์ไว้ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ยังคงรูปแบบเดิมที่มีความสปอร์ตอยู่แล้ว


เปิดประตูมาดูภายในห้องโดยสารกันบ้าง ภายในห้องโดยสารมาพร้อมกับอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น ในส่วนอุปกรณ์ความปลอดภัยมีการเพิ่มเข็มขัดนิรภัยหลังแบบ ELR 3 จุด ให้ผู้โดยสารแถวหลังทั้ง 3 ตำแหน่ง (ซึ่งปกติถ้าเบาะหลังนั่งกัน 3 คน คนที่นั่งกลางจะเป็นผู้เสียสละเพราะจะได้เข็มขัดนิรภัยแบบคาดเอวเท่านั้น) แถมมาพร้อมกับจุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX 2 ตำแหน่ง พร้อมไฟเตือนหากลืมคาดเข็มขัดบริเวณหน้าจอเรือนไมล์ที่ตำแหน่งคนขับอีกด้วย


มีการเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอันทันสมัยด้วยวิทยุหน้าจอแบบสัมผัสในระบบ Apple CarPlay ตอนนี้รองรับแค่เครื่อง iPhone เท่านั้นแต่ในอนาคตไม่แน่ บนก้านพวงมาลัยด้านซ้ายจะเป็นปุ่มควบคุมเครื่องเสียง และโทรศัพท์มือถือ ส่วนก้านพวงมาลัยด้านขวามีระบบล็อคความเร็ว ช่องต่อ USB ตำแหน่งใหม่สะดวกต่อการเชื่อมต่อและใช้งานมากยิ่งขึ้น


เบาะภายในถูกออกแบบด้วยหนังสีดำด้ายสีแดงดูเท่ห์ขึ้นมาก ให้ความรู้สึกเร้าใจแบบรถสปอร์ตมากยิ่งขึ้นและในส่วนพนักพิงด้านหลังสามารถปรับระดับใช้งานได้ X3 เพิ่มความสบายในการเดินทางได้มากยิ่งขึ้น ระบบเครื่องยนต์ยังคงใช้เครื่องเดิมขนาด 1,193 ซีซี 3 สูบ DOHC MIVEC 12 วาล์ว ให้แรงม้าที่ 78 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที โดยมาพร้อมระบบส่งกำลังแบบ INVECS-lll CVT พร้อมระบบ INC + G-Sensor ช่วยในการขับเคลื่อนของรถได้อย่างนุ่มนวลและประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น


ถึงครั้งนี้เราจะไม่ได้ขับ มิตซูบิชิ มิราจ แต่เราก็ขอไปแอบส่องหน่อยว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ภายนอกของ มิตซูบิชิ มิราจ มีการปรับเปลี่ยนชุดไฟ LED ตรงกันชนหน้าใหม่ให้มีรูปแแบบที่สปอร์ตปราดเปรียวมากยิ่งขึ้น ในส่วนอื่นของตัวรถยังเป็นอุปกรณ์เดิมอย่าง แต่ไฟท้ายแบบ LED ก็ดูลงตัวกับชุด LED ด้านหน้าดีอยู่แล้ว ภายในห้องโดยสาร และเครื่องยนต์เหมือนกันกับ มิตซูบิชิ แอททราจ


หลังจากเดินวนดูความเปลี่ยนแปลงรอบรถทั้ง มิตซูบิชิ มิราจ และ มิตซูบิชิ แอททราจ ก็ถึงเวลาออกเดินทางโดยผมจะเป็นคนแรกที่ขับ และในรถจะมีผู้โดยสารไปด้วยอีก 3 ท่าน ซึ่งจะสลับกันขับทั้งขาไปและขากลับ เริ่มต้นมุ่งหน้าสู่สวนละไม จังหวัดระยอง โดยใช้เส้นทางบางนา-ตราด วิ่งขึ้นทางยกระดับบูรพาวิถี ในช่วงที่วิ่งในเมืองที่การจราจรติดขัด แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ ก็รู้เลยว่าการขับรถในเมืองด้วยรถยนต์ ซิตี้คาร์ มันช่างสะดวกสบาย และคล่องตัวจริงๆ พอหลุดจากการจารจรที่ติดขัด ขึ้นบนทางด่วนได้ ก็จะเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้ทดสอบสมรรถนะของเครื่องยนต์ ขนาด 1,193 ซีซี 3 สูบ DOHC MIVEC 12 วาล์ว ว่าจะพาพวกเรา 4 คนไปได้สนุกสนานขนาดไหน


พอขึ้นบนทางด่วนได้ เราก็สามารถทำความเร็วได้นิดหน่อยตามที่กฎหมายกำหนด ในช่วงทางตรงยาวๆ ผมได้ลองกดคันเร่งแบบเหยียบมิดดู ปรากฎว่าเสียงเครื่องยนต์คำรามดังลั่นแต่รถค่อยๆ เร่งตัวเองขึ้นไปอย่างช้าๆ จนความเร็วแตะอยู่ที่ 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ก็ไม่สามารถรีดพลังทำความเร็วได้แล้ว น่าจะเป็นเพราะรถยนต์ต้องแบกน้ำหนักของคนถึง 4 คน แต่จริงๆ แล้วการเร่งความเร็วในรถยนต์ขนาดเล็กที่เป็นเกียร์ CVT การทำความเร็วโดยการเหยียบคันเร่งแบบมิดนั้นอาจจะไม่ถูกต้องนัก จริงๆ เราควรจะค่อยๆ เร่งความเร็วขึ้นไปอย่างนุ่มนวล ที่สำคัญถ้าคุณเลือกที่จะขับรถที่มีขนาดเล็ก หรือซิตี้คาร์คุณคงต้องการความประหยัดเป็นอันดับแรก เพราะฉนั้นการขับรถด้วยความเร็วโดยไม่จำเป็น นอกจากจะทำให้เกิดอันตรายแล้วยังทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอีกด้วย


หลังจากลงทางด่วน ทางทีมงานก็ได้จัดจุดพักเปลี่ยนคนขับและเล่นเกมส์เล็กน้อย ในเส้นทางทดสอบของคนขับในช่วงที่ 2 จะเป็นเส้นทางคดเคี้ยว ช่วงล่างของ มิตซูบิชิ แอททราจ ประกอบด้วย ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC-Active Stability Control) ระบบป้องกันการลื่นไถล (TLC-Traction Control) และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA-Hill Start Assist System) ระบบต่างๆ ช่วยลดแรงสะเทือนที่ส่งมาที่ห้องโดยสาร แถมในช่วงของทางคดเคี้ยวช่วงล่างก็ยึดเกาะถนนได้ดี ช่วงล่างที่ทำออกมาได้ดีประกอบกับห้องโดยสารภายในที่ออกแบบให้มีพื้นที่กว้างกว่าที่ตาเห็น ทำให้เมื่อถึงที่หมาย จึงไม่รู้สึกปวดเมื่อยร่างกาย แบบรถซิตี้คาร์ทั่วไป


ถังน้ำมันความจุขนาด 42 ลิตร กับระยะทางจากกรุงเทพฯ วิ่งไปจนถึงสวนละไม ระยะทางเกือบๆ 150 กิโลเมตร ในขาไปกับการเร่งแซง และขับแบบความเร็วคงที่ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเมื่อถึงที่หมายพบว่าน้ำมันลดลงไปเพียง 1/4 ของถังเท่านั้น เฉลี่ยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันจะอยู่ที่ 21 กิโลเมตร/ลิตร ถือว่าค่อนข้างประหยัดมากทีเดียว


มิตซูบิชิ แอททราจ และมิราจ ใหม่ มีการเพิ่ม Apple CarPlay เข้ามาทำให้การเดินทางมีความสะดวกสบายยิ่งขึ้นไม่ต้องกังวลในขณะรับสายเข้าขณะขับรถ การเชื่อมต่อกับระบบ Apple CarPlay เพียงต่อสายผ่าน USB เท่านั้นก็สามารถเชื่อมต่อได้เลยส่วนชาวแอนดรอยด์ก็คงต้องเฝ้ารอกันต่อไป


ในส่วนของสวนละไมนั้น เป็นสถานที่ที่นักกินไม่ควรพลาด เพราะหลังจากจ่ายค่าเข้าสวนผู้ใหญ่ 450 บาท เด็ก 250 บาท ทุกคนจะได้อร่อยไปกับบุฟเฟ่ต์ทุเรียนหมอนทอง ไม่อั้น ไม่จำกัดเวลา!!! พร้อมด้วยผลไม้ตามฤดูกาลอีกมากมาย!!! โดยกิจกรรมที่สวนละไม จะแบ่งตามฤดูกาลต่างๆ ของผลไม้ดังนี้ เดือน เมษายน – กรกฎาคม ของทุกๆปี จะเป็นช่วงฤดูร้อน หน้าผลไม้ เงาะ มังคุด ทุเรียน สละ ลองกอง ลำไย ฯลฯ


สวนละไมจะมีกิจกรรม “เที่ยวชมสวน และทานบุฟเฟ่ต์ผลไม้” และช่วงปลายปี เดือน ธันวาคม – กุมภาพันธ์ ของทุกๆปี จะเป็นช่วงฤดูฝนและหนาว สวนละไมจะมีกิจกรรมเที่ยวไร่สตอเบอร์รี่ ทุ่งดอกคอสมอส พร้อมด้วยสวนส้มเขียวหวาน สวนลำไย สวนดอกไม้ อย่างไรก็ตามกิจกรรมต่างๆ จะปรับเปลี่ยนตามฤดูกาล แต่ใครจะไปในช่วงเดือนไหนก็เช็คข้อมูลกันไว้เลย


สำหรับรถยนต์ มิตซูบิชิ แอททราจ และ มิตซูบิชิ มิราจ ที่มีการเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายและความปลอดภัยมานั้นช่วยให้การใช้ชีวิตในเมืองหรือเดินทางไปพักผ่อนในที่ต่างๆได้อย่างลงตัวยิ่งขึ้น เหนืออื่นใดความประหยัดที่มาพร้อมกับนวัตกรรมจากรถยนต์ มิตซูบิชิ แอททราจ และ มิตซูบิชิ มิราจ นั้นยังช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างดีและเต็มที่มากขึ้นอีกด้วย

Subscribe me