ขับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ลุยลาวใต้ครั้งแรก (ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ลุยลาวใต้ ตอน1/3)
Mar 29, 2018

ฟอร์ด ประเทศไทย จัดทริปทดสอบรถยนต์สุดมันส์อีกแล้ว ถ้าขึ้นชื่อว่าทริปที่ฟอร์ดจัดผมไม่รอช้าที่จะตอบตกลงจะไปร่วมด้วยเพราะจากประสบการณ์การออกทริปกับฟอร์ดไม่เคยผิดหวัง โหด มันส์ ฮา สุดๆ ตลอด และคราวนี้ชวนออกไปลุยถึงประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว จริงๆ ผมก็ไปมาหลายครั้งกับรถยนต์ค่ายต่างๆ ที่พาขับรถข้ามฝั่งไปเที่ยวกัน แต่คราวนี้แตกต่างกว่าทุกครั้งเพราะจะเป็นการเดินทางไปฝั่งใต้ของ สปป.ลาว จากการหาข้อมูลก่อนเดินทางของผม ลาวใต้นั้นขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ และมีน้ำตกหลายแห่งที่นักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยรู้จักเพราะแต่ละที่เข้าถึงค่อนข้างยาก แค่นั่งหาข้อมูลก็สนุกละ ถ้าไปถึงที่นั้นจริงๆ จะสนุกขนาดไหน

การเดินทางครั้งนี้ เพื่อย่นระยะเวลา พวกเราจึงเดินทางโดยเครื่องบิน เพื่อไปเริ่มต้นขับรถกันที่ท่าอากาศยานอุบลราชธานี ผู้ร่วมทดสอบรถครั้งนี้เป็นสื่อมวลชนทั้งสายรถยนต์ สายไลฟ์สไตล์ และบล็อกเกอร์สายท่องเที่ยว มีทั้งที่มีประสบการณ์การขับรถแบบโชกโชน และแบบมือใหม่ เดี๋ยวทริปนี้เรามาดูกันว่าจะไปกันรอดมั้ย พอเดินออกมานอกอาคารเท่านั้นแหละ เราก็มาเจอกับฝูงรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ หลาย 10 คัน หลังจากแบ่งกลุ่มขึ้นรถกันได้เป็นที่เรียบร้อยพวกเราก็พร้อมออกเดินทางแล้ว

การเดินทางเราจะไปกันเป็นขบวนคาราวานวิ่งจากสนามบินได้ไม่นานก็มาถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองช่องเม็ก เมื่อข้ามด่านไปก็จะเป็นเขต สปป.ลาว ซึ่งสิ่งแรกที่เราจะต้องปรับตัว และตั้งสติให้ดีคือฝั่ง สปป.ลาว เค้าจะขับรถกันในช่องจารจรด้านขวา ซึ่งมันสลับกับบ้านเรา ต่อให้มาบ่อยแค่ไหนถ้าเผลอเมื่อไรเราอาจจะขับผิดด้านด้วยความเคยชินได้

การติดสติ๊กเกอร์ภาษาลาวที่แปลเป็นไทยได้ว่า “รถคันนี้ขับพวงมาลัยขวา” เพื่อเป็นการบอกเป็นนัยๆ ให้คน สปป.ลาวรู้ว่า รถยนต์พวกนี้มาจากต่างถิ่น พวกมันคือตัวอันตราย 555

ถนนฝั่ง สปป.ลาวใน ช่วงแรกค่อนข้างดีถึงดีมาก แต่พอขับมาได้ไม่นานถนนก็ยังอยู่ในช่วงกำลังก่อสร้างปรับปรุงกันอยู่ในบางจุด แต่โดยรวมถือว่าดี ในบางจังหวะที่ต้องแซงรถคันหน้าที่ช้ากว่า ก็ต้องอาศัยความไว้ใจของเพื่อนที่นั่งมาด้วย ให้ช่วยดูทางว่าสะดวกโล่งพอจะมีระยะให้แซงมั้ย เพราะการขับรถพวงมาลัยขวาในประเทศที่ต้องแซงด้านซ้ายถือว่าค่อนข้างยาก เพราะเราไม่มีทางมองเห็นทางด้านหน้าก่อนจะแซงได้เลย

ขับรถมาจนเริ่มหิวเสียงวิทยุสื่อสารในรถก็ดังมาว่าเราจะแวะทานข้าวกันที่ โรงแรมเอราวัณ ริเวอร์ไซด์ โรงแรมระดับ 5 ดาวในเมืองปากเซ ทำเลสวยงามติดริมฝั่งโขง มองไปเห็นยอดเขาภูบาเจียง

อาหารที่ทางโรงแรมจัดให้ก็กินกันง่ายรสชาติกลางๆ แต่ทุกคนกินกันอย่างเต็มที่เพราะ คุณกิ๋ง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย บอกกับเราว่ามื้อนี้จะเป็นมื้อสุดท้ายแล้วที่เราจะได้กินกันอิ่ม เพราะไม่รู้ว่าหลังจากมื้อนี้ไปเราจะได้กินกันตอนไหน เพราะเส้นทางที่เราจะไปค่อนข้างทุรกันดาร…โอ้ววววว

แล้วก็เป็นอย่างที่คุณกิ๋งบอก เส้นทางที่กำลังเรามุ่งหน้าไป น้ำตกแซปองไล เป็นเส้นทางที่เหมาะกับการแรลลี่มากๆ เพราะฝุ่นหนาตลอดทางขนาดขับรถตามกันห่างกันไม่เกิน 3-4 เมตร ก็มองแทบไม่เห็นกันซะแล้ว

เราได้ขับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ผ่านทั้งลำธารเล็กใหญ่ ทุกลำธารที่ผ่านมาทั้งที่ใต้น้ำมีหินเล็กใหญ่ และดินทรายเหลวๆ แต่เราก็สามารถผ่านไปได้อย่างชิลๆ ตอนแรกผมเองก็แอบเกร็งๆ อยู่เหมือนกันว่าจะขับไปติดตรงไหนให้เป็นภาระขบวนคาราวานมั้ย เพราะไม่ได้ขับรถในเส้นทางแบบนี้บ่อยนัก แต่เราเชื่อมั่นในรถ และเพื่อนๆ พี่ๆ สื่อมวลชนที่มากด้วยประสบการณ์ช่วยดูไลน์ในการวิ่ง ก็เลยผ่านมากันได้ทั้งคาราวาน

คิดดูละกันครับว่า ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ช่วงล่างนิ่มนวลชวนฝันขนาดไหน ขนาดเส้นทางที่วิ่งผ่านมาเละเทะอย่างกะผิวดวงจันทร์ เพื่อนผมยังหลับสนิทได้ขนาดนี้…เอ๊ะ! หรือว่าเป็นลม 555

ทีมงานแจ้งเข้ามาในวิทยุสื่อสารในรถ “ผ่านลำธารนี้ไปเราก็จะถึง น้ำตกแซปองไล ซึ่งเป็นไฮไลท์แรกของเราในทริปนี้” –ช่วงขายของ…ผ่าม!– ด้วยระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อ อัจฉริยะ Terrain Management (i4WD with Terrain Management System – i4WD TMS) ซึ่งผู้ขับขี่สามารถปรับรูปโหมดการขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นการขับลุยโคลน พื้นทราย หินกรวดขรุขระ รวมถึงการลุยน้ำข้ามลำธาร ทำให้เส้นทางที่ผ่านมานั้นเหมือนเป็นเรื่องขี้ผง

โอ้โห้! คุ้มค่ากับการขับรถกินฝุ่นเข้ามาจริงๆ สวยงามสมคำล่ำลือ แม้ว่าน้ำจะน้อยไปเพราะเป็นช่วงอากาศหนาวแต่ก็ไม่ลดทอนความสวยงามอลังการของน้ำตกแซปองไลที่ซ่อนตัวอยู่ในธรรมชาติที่สมบูรณ์

ถึงน้ำน้อยแต่ก็มีละอองน้ำฟุ้งขึ้นมาสร้างความสดชื่นให้กับพวกเราอยู่ไม่น้อย มองจากมุมสูงยิ่งรับรู้ได้ถึงความอลังการที่ธรรมชาติสร้างขึ้น

ใครจะไปรีบไปตอนนี้นะครับ เพราะการเข้าถึงน้ำตกแซปองไลยังค่อนข้างลำบากอยู่ เพราะต้องมากับรถยนต์ที่มีสมรรถนะที่ดี มีระบบช่วงล่างที่แข็งแรง และที่สำคัญต้องมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ไม่งั้นคุณอาจจะเข้ามาไม่ถึงก็ได้

เราสามารถเดินเข้าไปด้านหน้าของน้ำตกเพื่อชมความงามใกล้ๆ ได้ แต่ถ้าเป็นช่วงหน้าฝนที่น้ำมาก ก็ไม่แนะนำให้เดินเข้าไปเพราะทางเดินเป็นหินใหญ่เล็ก มีความคมอยู่พอตัวถ้าเดินไม่ระวังอาจจะลื่นตกลงไป หรือโดนหินบาดจนหมดสนุกเอาง่ายๆ

พระอาทิตย์เริ่มตกละเราคงต้องรีบเดินทางต่อไปที่ตั้งแคมป์เพราะถ้าเกิดฟ้ามืดขึ้นมาเราจะลำบากเพราะแถวนี้ไม่มีที่พักแบบเป็นหลักแหล่ง เพราะทั้งหมดยังคงเป็นพื้นที่ธรรมชาติ
เป็นการได้กลับมานอนเต็นท์อีกครั้งหลังจากไม่ได้นอนมาหลายปี แต่สำหรับการนอนเต็นท์ที่อยู่บนหลังคานั้นขอบอกเลยว่าครั้งแรก เห็นเต็นท์อยู่บนหลังคารถอย่างนี้ถามว่าหลังคารถเป็นอะไรมั้ย บอกได้เลยว่าสบายเพราะเต็นท์ถูกออกแบบมาให้วางไว้บนคานรับน้ำหนักของ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ อยู่แล้วส่วนการกางนั้นก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเพราะมีเจ้าหน้าที่ดูแลเต็นท์มากางให้ เท่าที่ยืนดูเค้าจัดการกางเต็นท์นึงใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที

พอตกค่ำกิจกรรมที่เราทำกันได้คือบาร์บีคิว และใครเล่นกีตาร์ได้ร้องเพลงได้ ก็จัดการสร้างความบันเทิงกันไป เพราะพื้นที่ๆ เราอยู่นั้นมันบอดทั้งสัญญาณโทรศัพท์ และสัญญาณอินเตอร์เน็ต เรียกว่าเป็นพื้นที่ๆ ตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือการพูดคุย ร้องรำทำเพลงกันไป ก็ดีเหมือนกันเหมือนเราได้กับมาสู่สังคมแบบที่เราห่างหายไปนานมาก

หลังจากสนุกสนานกันจนแบตหมดเราก็แยกย้ายกันไปนอน เพื่อเตรียมไปลุยกันต่อในวันรุ่งขึ้น ซึ่งกิจกรรมที่เราจะได้เจอในวันพรุ่งนี้เป็นกิจกรรมท้าความตาย เรารู้แค่นั้นแหละส่วนจะเป็นกิจกรรมอะไรพรุ่งนี้เราไปลุยด้วยกัน….ส่วนตอนนี้กู๊ดไนท์!

Subscribe me