‘Fearless Driving with the Master’ เปิดประสบการณ์การเดินทางสุดเร้าใจไปกับ ‘ยอดมนุษย์ลุง’ ไมค์ ฮอร์น
Aug 18, 2018

หลังจากที่หลายเดือนก่อนทาง เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้ชวนสื่อมวลชนเข้าร่วมพูดคุยกับ ‘มร.ไมค์ ฮอร์น’ กันแบบเอ็กซ์คลูซีฟในกิจกรรม ‘Driven to Explore Asia’ ซึ่งการพูดคุยในวันนั้นทำให้พวกเราทึ่งกับมนุษย์ลุงคนนี้เป็นอย่างมาก ลุงไมค์ ใช้ชีวิตที่ผ่านมากว่า 50 ปีได้คุ้มค่ามาก เพราะแกได้ออกเดินทางผจญภัยไปทั่วโลกด้วยรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ‘The G-Class’ ผมนั่งฟังเพลินจนแอบคิดในใจว่ามันจะจริงเหรอว้า ซึ่งสิ่งที่ผมนึกสงสัยผมจะได้คำตอบในวันนี้

จะโชคดีหรืออย่างไรไม่รู้ ผมได้มีโอกาสมาร่วมทริป ‘Fearless Driving with the Master’ ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเพียงการมาร่วมพูดคุยกับลุงไมค์เหมือนครั้งที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้จะเป็นการร่วมขับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ไปผจญภัยกับลุงไมค์กันเลย โดยทาง เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้จัดรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สุดหรู 6 รุ่นใหญ่และอีก 9 รุ่นย่อย อย่าง The GLC, The GLC Coupé, The GLE, The GLE Coupé, The GLS และ The G-Class มาให้เอาไปลุยกันเพื่อพิสูจน์ว่ารถหรูๆ ก็สามารถเอาไปลุยได้ถ้าไปกับลุงไมค์…เหรอ

ไมค์ ฮอร์น’ นักผจญภัยมืออาชีพระดับพระกาฬ ยอดมนุษย์ลุงที่อายุอานามปาไป 51 ขวบแล้ว แต่มีกำลังวังชาและท่าทีขี้เล่นเหมือนวัยรุ่นอายุ 17 งานนี้เรากลับมาเจอลุงไมค์อีกครั้งหลังจากที่ได้เจอแกเมื่อหลายเดือนก่อน (ความเดิมตอนที่แล้ว) หลังจากการพบปะกันในวันนั้นที่ก่อนจบงานก็มีการทิ้งท้ายไว้ว่า ‘ลุงไมค์’ จะกลับมาเมืองไทยอีกครั้งโดยจะพาผู้โชคดีไปเที่ยวกับลุงด้วย…และวันนั้นก็มาถึงซึ่งผมก็ได้เป็น 1 ในผู้โชคดีที่ได้มาเที่ยวกับลุงไมค์

และแล้วเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึงยอดมนุษย์ลุง ‘ไมค์ ฮอร์น’ ได้ปรากฎกายต่อหน้าพวกเราอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เราจะได้ไปเที่ยวกับลุงไมค์โดยรถหรู เมอร์เซเดส-เบนซ์ หลากหลายรุ่นที่ทาง เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จัดมาให้ได้ทดลองขับกันแต่จากสายตาผมรถบางคันมันจะไปลุยกับลุงไมค์ไหวเหรอ ท่าเป็นทางเรียบน่าจะพอได้ แต่ไปเที่ยวกับลุงไมค์ทางที่ไปไม่น่าจะธรรมดา หลังจากลุงไมค์กล่าวทักทายกันพอหอมปากหอมคอ ทุกคนก็ออกมาจับกุญแจรถวัดดวงกันว่าใครจะได้ขับคันไหนไป…และรถที่เราจับได้คือ GLS 350d เย้! สบายละงานนี้

ก่อนที่เราจะไปเข้ารกเข้าพงกันลึกกว่านี้ ลุงไมค์ก็มาแนะนำเทคนิคการขับรถบนเส้นทางออฟโรดว่าท่านั่งที่เหมาะสมคือควรปรับเบาะไม่ให้ห่างหรือใกล้จากพวงมาลัยเกินไปจะทำให้เรามองเห็นทัศนวิสัยด้านหน้าอย่างชัดเจน และการควบคุมพวงมาลัยจะคล่องตัวขึ้นด้วย ตำแหน่งการจับพวงมาลัยจะอยู่ที่ สิบ กับ สอง นาฬิกา และที่สำคัญในรถยนต์ที่มีแพดเดิ้ลชิพก็สามารถช่วยลดความเร็วในตอนลงเขาได้เป็นอย่างดี ไม่ควรใช้เบรคมากจนเกินไปตอนลงเขา ฟังรู้เรื่องมั้งไม่รู้เรื่องมั่ง เท่าที่ฟังรู้เรื่องก็ประมาณนี้ เมื่อพร้อมแล้วก็ขึ้นรถได้เลย

หลังจากลุงไมค์แนะนำการขับขี่เรียบร้อยทุกคนก็พร้อมจะลุยกันแล้ว เส้นทางที่ไปเป็นเส้นทางลูกรังแต่ต้องยอมรับว่าช่วงล่างของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทำออกมาได้ดีมากๆ แม้ทางจะทุรกันดารเป็นหลุมเป็นบ่อเพียงใดก็ไม่สามารถส่งแรงสะเทือนขึ้นมายังห้องโดยสารได้ ในห้องโดยสารไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนแต่อย่างใดยังคงขับชิลๆ ชมป่าเขาที่สวยงามของภูมิประเทศระหว่างเส้นทางเชียงใหม่ – เชียงราย

ขับรถชิลๆ ชมวิวมาได้ไม่นานขบวนก็ต้องหยุดลงเพราะลุงไมค์มีบทเรียนบทที่หนึ่งจะมาถ่ายทอดให้เราได้เรียนรู้กัน ในฐานที่หนึ่งนี้ลุงไมค์ได้จำลองสถานการณ์เมื่อรถติดหล่มบนเนิน ‘ติดล่มบนเนินมันเป็นยังไง?’ มันทันจะถามลุงแกก็วิ่งเอารถ G-Class G350 ของแกถลาขึ้นเนิ่นจนล้อหลังตะกุยดินจนติดหล่มไปจนได้

หลังจากนั้นแกก็สาธิตว่าปัญหานี้แกแก้ยังไง ซึ่งแกบอกว่าไม่ยากเพราะการเดินทางของลุงนั้นไปกับลูกๆ ของแกอยู่แล้วโดยลูกลุงจะขับ G-Class G350 อีกคัน เพราะฉนั้นปัญหานี้ก็เพียงแค่ชุดๆ ให้เห็นหมุดลากของที่อยู่กันชนหลังแล้วก็เอาสายลากจูงมาคล้องระหว่างรถทั้ง 2 คันแล้วให้รถคันที่ติดหล่มอยู่แค่นี้ก็ไปต่อได้ละ…ง่ายจัง (ยืนดูก็ว่าง่ายดีติดจริงคงกินข้าวลิง)

ขับชมวิวกันต่อเส้นทางที่ลุงไมค์เลือกเป็นเส้นทางคดเคี้ยวลาดชัน ลุงคงอยากให้เรารู้ถึงพลัง เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่เราขับอยู่ว่าไม่ใช่แค่หรูหรานะเว้ยมันลุยได้ด้วย แล้วเราก็มาหยุดกันต่อในฐานที่สอง ฐานนี้ไม่มีอะไรมาก ลุงไมค์ให้พวกเราได้ลองขับรถของแกดู รถของแกคือ G-Class G350 ที่ขับมาแล้วรอบโลก

ลุงไมค์ชี้ให้เราดูกระต๊อบบนเนินเขาแล้วก็พูดคำเดียวสั้นๆ “GO!” แค่นั้นแหละพวกเราก็สลับกันขับขึ้นลงเนินอย่างเมามัน เทคนิคเดียวที่ลุงไมค์บอกเราคือหัวใจสำคัญของการขึ้นลงทางลาดชันคือการเดินคันเร่งอย่างนิ่มนวล และจับพวงมาลัยให้กระชับ ที่เหลือรถจะพาคุณไปเองเนินที่เห็นว่าชันสุดๆ ก็กลายเป็นสนามเด็กเล่นไปเลยเมื่อได้รับคำแนะนำของลุงไมค์ บวกกับพลังของ G-Class G350 ที่แสนจะดุดัน หลังจากสนุกกับเนินเขากันพอหอมปากหอมคอเราก็มุ่งหน้าไปกันต่อ

ลุงไมค์บอกกับพวกเราว่า “เมื่อต้องเจอกับอุปสรรคที่ขวางอยู่ข้างหน้า เรามักจอดรถเพราะคิดว่าผ่านมันไปไม่ได้ แต่คุณต้องเชื่อมั่นในสมรรถนะของรถที่คุณขับ และต้องเชื่อมั่นในตัวเอง อย่าให้ความคิดว่าทำไม่ได้เป็นสิ่งที่ดึงคุณเอาไว้ และเมื่อความคิดของคุณเปิดกว้าง มันทำให้คุณไปได้ไกลมากกว่าที่คุณคิด” ครับลุง ลุงว่าไงผมว่างั้นครับ ผมมันติ่งลุงอยู่แล้ว

ขบวนหยุดลงอีกครั้งเมื่อมาถึงลำธาร คราวนี้ลุงไมค์สาธิตการผ่านทางแคบและลาดเอียง เป็นการโชว์สมรรถนะของรถ และสกิลการขับของลุงจริงๆ เพราะสามารถวิ่งผ่านไปแบบล้อติดพื้นเพียงแค่ 3 ล้อเท่านั้น

ลุงไมค์บอกว่าเทคนิคแบบนี้ใครๆ ก็ขับได้ แค่นั้นแหละ เราก็ได้อาสาสมัครใจกล้าอย่าง เรย์ แมคโดนัลด์ พิธีกรมาดกวนไอดอลของคนยุค90 ที่มาร่วมสนุกในทริปนี้ด้วย หลังจากที่ เรย์ ได้รับการปลุกเสกจากลุงไมค์แล้วก็สามารถขับผ่านไปได้เหมือนกัน…แต่ถ้าไม่มีประสบการณ์ไปลองทำกันเองผมว่ารถได้หงายท้องแน่ๆ

ก่อนจะออกเดินทางกันต่อด้วยความกวนของลุงไมค์ ก็ไม่ปล่อยให้พวกเราผิดหวัง ลุงไมค์เหยียบคันเร่งเอาเจ้า G-Class G350 พุ่งข้ามลำธารจนน้ำแตกกระจาย พวกเราหลายคนที่ยืนอยู่แถวนั้นตัวเปียกไปตามๆ กัน…บอกได้เลยว่าโคตรฮา…ก๊ากกกกกก

เลยเวลามื้อเที่ยงกันมาหลายชั่วโมงเราก็มาถึงจุดพัก เรามาพักกินข้าวเที่ยงกันที่อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก มื้อนี้หลังจากอิ่มหนำสำราญกับอาหารพื้นบ้านแล้วเราจะลุยกันไปยาวๆ ณ จุดชมวิวดอยบ่อ จังหวัดเชียงราย ก่อนจะออกเดินทางเราได้มีโอกาสได้เปลี่ยนรถเป็น GLA 200 จะไหวมั้ยเนี้ย

พอได้ลองขับบอกได้เลยว่า GLA 250 AMG เดิมๆ จากโรงงานสามารถพาเราไปได้ทุกที่เหมือนกัน แต่ถ้าเจอทางทุรกันดารมากๆ ก็มีแอบเสียวอยู่เหมือนกัน แต่พอคุ้นมือแล้วกลับรู้สึกสนุกกับ GLA 250 AMG จริงๆ กำลังเข้ากันได้ดีกับรถ เราก็มาถึงจุดหมายของเราวันนี้แล้ว จุดชมวิวดอยบ่อ เป็นจุดชมวิวที่ลุงไมค์ตั้งใจอยากให้พวกเรามาเห็นว่าเมืองไทยสวยงามเพียงใด ลุงนั่งอยู่บนหลังคารถอยู่นานก่อนที่จะชักชวนให้พวกเราขึ้นไปนั่งบนหลังคารถเป็นเพื่อนแก

ก่อนที่พวกเราจะกลับไปที่พักลุงไมค์ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “ผมหวังว่ากิจกรรมในครั้งนี้จะมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับทุกๆ คน รวมถึงเปิดโอกาส และเปิดใจตนเองให้ลองทำสิ่งใหม่ๆ กล้าที่จะออกจากกรอบเดิมๆ ซึ่งผมหวังว่าทุกคนที่ได้มาร่วมเดินทางด้วยกันจะเก็บความประทับใจครั้งนี้ เพื่อนำไปต่อยอด และปลุกความเป็น ‘นักผจญภัย’ ในตัวออกมา” ลุงไมค์ที่ยืนอยู่บนหลังคารถ ที่ด้านหลังเป็นวิวขุนเขาของจังหวัดเชียงราย ผมบอกเลยลุง ‘ไมค์ ฮอร์น’ โคตรเทพเจ้า

“นักเดินทางหลายคนมักจะคิดถึงแต่จุดหมายที่ตัวเองอยากพิชิต แต่สำหรับทุกการเดินทาง ผมจะคิดเสมอว่าจุดหมายมันคือแค่ครึ่งหนึ่งของการเดินทาง เพราะยังเหลืออีกครึ่งที่ผมต้องรับผิดชอบการเดินทางให้กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย” ลุงไมค์ ฮอร์น ได้กล่าวไว้

รอดมาแล้วก็ขอดื่มน้ำหวานฉลองกันหน่อยต้องบอกว่ายอดมนุษย์ลุง ‘ไมค์ ฮอร์น’ เป็นแบบอย่างของการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง เป็นคนมีเป้าหมายจริงจังกับสิ่งที่ทำ และสนุกไปกับมัน ขอขอบคุณเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ที่จัดทริป ‘Driven to Explore Asia’ และชวนผมไปสนุกกับทริปนี้นะครับ

Subscribe me