เที่ยว ‘วัดพู’ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แหล่งอารยธรรมโบราณ 3 สมัย (ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ลุยลาวใต้ ตอน3/3)
Mar 29, 2018

ตื่นมาพึ่งได้เห็นชัดๆ ว่าที่ ฟอลล์ วิว รีสอร์ท ตาดอีตู้ มันสวยงามน่าอยู่เพียงไหน เพราะเมื่อวานกว่าเราจะเดินมาถึงที่นี่ก็มืดซะแล้ว (ความเดิมตอนที่แล้ว) ห้องที่เราพักอยู่บนเนินเขา ในห้องมีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครันที่สำคัญมีน้ำร้อนให้อาบ…สุดยอด

วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้ขับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ลุยในลาวใต้ อากาศวันนี้ก็ยังคงเย็นสบายจากเครื่องวัดอุญภูมิแบบดิจิตอลแสดงผลที่ 13.8 องศาเซลเซียส ที่ฟอลล์ วิว รีสอร์ท ตาดอีตู้ เป็นที่พักที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากน้ำตกตาดอีตู้ เพียงไม่กี่ร้อยเมตรเราก็สามารถเดินไปชม หรือจะลงไปเล่นน้ำตกได้

เดินมาชิลๆ ยังไม่ทันเหนื่อยเราก็มาพบกับน้ำตกขนาดไม่ใหญ่ ไม่เล็ก นับเป็นข้ได้เปรียบของที่พักที่นี้ที่มีน้ำตกอยู่ในบริเวญรีสอร์ท

ทางลงไปด้านล่างของน้ำตก ตาดอีตู้ก็เป็นบันไดปูนค่อนข้างชันเสียดายเวลาเรามีไม่มาก เพราะวันนี้เรามีต้องเดินทางไกลเพื่อไปชมปราสาทวัดพู ซึ่งเป็นมรดกโลกแห่งเมืองปากเซ กันอีก (จริงลองเดินลงไปครึ่งทางละ พอหันหลังกลับไปมองทางโคตรชันเลยไม่ลงละ…เหนื่อย!)

ระหว่างเดินกลับห้องพักเพื่อจะเก้บข้าวของออกเดินทางกันต่อ ก็เจอกับเด็กนักเรียนที่กำลังเดินข้ามสะพานไม้ไผ่มา ผมเลยทักทายด้วยภาษาลาวที่ได้ร่ำเรียนมาอย่างมั้นใจว่า “สบายดี” เด็กๆ ตอบรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ผมถามต่อทันทีว่าเดินมาจากไหนกัน คำตอบที่ได้คือเดินมาจากหมู่บ้านชนเผ่า “ตะโอย” ห่างไปแค่เชิงเขานี้เอง อ้าว…บ้านชนเผ่าตะโอยที่เมื่อวานไปดุไร่กาแฟนิหว่า แล้วที่เมื่อวานพวกตูขับรถกันตั้งไกลคือขับรถเล่นอ้อมเขาจนมืดเหรอเนี้ย….เวงกำ

วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้อยู่กับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ขาลุยในลาวใต้แล้วเส้นทางวันนี้ที่จะไปก็เป็นเส้นทางบนถนนวิ่งกันยาวๆ ถนนเส้นที่เราวิ่งจะต้องเสียค่าผ่านทางเหมือนจ่ายค่าทางด่วนบ้านเรา

ระหว่างรอจ่ายเงินผ่านด่านก็หันไปเห็นว่าคนลาวก็นิยมถ่ายพรีเวดดิ้งเหมือนกัน…ยินดีกับบ่าวสาวด้วยครับ

เอามาให้ดูกันว่าค่าผ่านทางที่นี้ราคาเท่าไร สกุลเงินลาวเรียกเป็นกีบ(LAK) ลองคำนวนกันดูค่าเงินในวันที่ผมไปจะอยู่ที่ราวๆ 20 บาท = 5,299.00 กีบ LAK

จ่ายค่าผ่านทางแล้วก็สบายตัววิ่งกันบนทางเรียบๆ ยาวๆ เพลินๆ คนขับก็ขับไป คนที่ไม่ได้ขับก็นอนหลับกันยาวๆ ภูเขาที่เห็นข้างหน้านั้นชาวบ้านแถวนั้นเรียกว่า “ภูเกล้า” ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ปราสาทหินวัดพูที่เรากำลังมุ่งหน้าไป

ทางที่เราจะเดินผ่านไปสู่ตัวปราสาทวัดพูจะเป็นทางที่ปูพื้นด้วยหิน และมีเสาเรียงรายยาวไปไกลจนสุดทางดูอลังการซึ่งก็ไม่แปลกเพราะทางเดินนี้เมื่อก่อนจะเป็นทางเดินสำหรับกษัตริย์เท่านั้นประชาชนห้ามขึ้นมาเดินเด็ดขาดแต่นั้นมันก็ผ่านมาหลายร้อยปีละ

ต้นตาลคู่ เป็นมุมไฮไลท์ที่ทุกคนต้องมายืนถ่ายรูปตรงนี้ว่าข้าได้มาถึงทางเข้าสู่ปราสาทหินวัดพูแล้ว หลังจากเดินผ่านต้นตาลคู่ก็จะเป็นบันไดหินที่มีความชัน และสูงเอาเรื่องอยู่พอสมควร ซึ่งเมื่อพร้อมแล้วเราก็ไปกันเลย

ระหว่างทางเดินไปบันไดหินผมแอบได้ยินไกด์ชาวลาวสปีคกับชาวญี่ปุ่นว่า (ขอแปลไทยเลยละกัน) ใครที่ได้เจอดอกจำปาลาว 6 กรีบจะถือว่าโชคดีมากกกกกกก ซึ่งปกติแล้วดอกจำปาลาว หรือลีลาวดีนั้นตามสายพันธุ์จะมีเพียง 5 กรีบเท่านั้น พอผมเดินไปอีกแค่ 2 ก้าวผมก็เจอดอกจำปาลาว 6 กรีบซะแล้ว แปลว่าวันนี้ผมจะโชคดีแล้วสินะ…ทำไมเจอง่ายจังไม่สนุกเลย 555

เอาละเรามาถึงบันไดทางขึ้นแล้ว การขึ้นบันไดแต่ละชั้นต้องขึ้นอย่างตั้งใจและระมัดระวังเพราะนอกจากแต่ละขั้นจะสูงแล้ว ห้าบันไดยังแคบมากอีกด้วย ถ้าพลาดพลั่งตกลงมาถ้าโชคดีคงแค่ขาหัก แต่ถ้าซวยสุดๆ คงคอหักตาย แต่วันนี้เราพกโชคมาเต็มๆ บวกกับสติเต็มร้อยเราต้องไม่พลาด

ใครที่เห็นบันไดทางขึ้นแล้วเกิดตัดใจไม่ขึ้นมา ผมบอกเลยว่าน่าเสียดายมากเพราะเมื่อขึ้นมาถึงบนนี้ความเหนื่อยก็หายไปหมดสิ้นเมื่อเราซื้อน้ำเปล่าเย็นๆ ดื่ม บนนี้มีน้ำเปล่าขายด้วยที่ไทยขาย 7บาท 10บาท บนนี้ขาย 45 บาทจ้าาา ก็ต้องยอมให้เค้าไปเพราะกกว่าเค้าจะแบกน้ำขึ้นมาขายมันก็ลำบากเอาเรื่องอยู่ ดื่มน้ำให้ชื่นใจแล้วชมวิวแบบ 360 องศามันสุดยอดจนต้องตะโกนออกไปว่า”เหินฟ้าาาาาาาา” (หลายคนอาจเกิดไม่ทันมุกนี้) 

ถึงปรางค์ประธานตั้งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของเทวรูป ทับหลัง และต้นไม้น้อยใหญ่ ในอดีตมีการต่อรางน้ำที่ไหลออกจากหินย้อยในหลืบถ้ำบริเวณด้านหลังมาสู่ศิวลึงค์ที่ประดิษฐานอยู่ภายในองค์ประธาน เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรม

ปราสาทหินวัดพูหรือที่ชาวลาวนิยมเรียกกันว่า ภูเกล้า โบราณสถานสำคัญของประเทศลาว ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์กร UNESCO ให้เป็นมรดกโลกในปี 2544 โดยปราสาทหินวัดพูแห่งนี้ มีอายุมากกว่าหนึ่งพันปีและมีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบเขมร สร้างขึ้นจากหินทรายและอิฐ ทั้งยังเคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงแหล่งอารยธรรมโบราณยาวนานถึง 3 สมัย ได้แก่ อาณาจักรเจนละ อาณาจักรขอม และอาณาจักรล้านช้าง

ใครจะไหว้พระด้านในปราสาทก็ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องหอบดอกไม้ธูปเทียนขึ้นมากันเอง เพราะด้านหน้าของปราสาทมีชาวบ้านมานั่งเตรียมดอกไม้ธูปเทียนคอยให้บริการอยู่แล้ว

ปราสาทวัดพูแห่งนี้ในอดีตเคยเป็นเทวาลัยในศาสนาฮินดูไศวนิกาย แต่ปัจุบันศิวลึงค์ได้ถูกนำออกมาและเปลี่ยนไปเป็นพระพุทธรูปแทน ชาวบ้านนิยมนำดอกไม้ธูปเทียนมาบูชา และเรียกปรางค์ประธานแห่งนี้ว่า หอไหว้

เมื่อเดินมาด้านหลังของปราสาทเราจะเจอกับ ภาพแกะสลักบนผาหินทราย เป็นภาพ “ตรีมูรติ” ตามความเชื่อพราหมณ์-ฮินดู แต่สำหรับคนไทยเราคงไม่พ้นขอให้สมหวังในเรื่องของความรักแน่ๆ แต่ที่หน้าแปลกใจคือทำไมมีการแกะสลักชื่อคนไว้ด้วยแถมยังเป็นภาษาไทยอีกตั้งหากสลักว่า “พิชิต ปรีชากร”

หลายคนอาจสงสัยว่า “พิชิต ปรีชากร” คือใคร ผมก็ไม่รู้เหมือนกันจนได้ไปค้นเจอจากวิกิพีเดียจึงมาทราบว่าชื่อที่สลักอยู่นั้นคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคัคณางคยุคล กรมหลวงพิชิตปรีชากร ซึ่งแกะไว้ทำไมผมก้ไม่รู้เหมือนกันผมเกิดไม่ทัน

ขาขึ้นมันยังพอเกาะขุ้นบันไดขึ้นมาได้ แต่ตอนลงนี้โคตรเสียวต้องเอียงๆ ตัวลงไม่งั้นมีกลิ้งตกลงไปคอหักตายแน่นอน

ระหว่างที่ขับรถเพลินๆ เพื่อเดินทางไปยังสนามบินเพื่อที่จะกลับไทยก็มีเสียงวิทยุสื่อสารดังขึ้น “ขบวนชะลอความเร็ว ขบวนชะลอความเร็ว” เราก็งงว่าเกิดอะไรขึ้น ผมรีบยกเท้าออกจากคันเร่งทันทีเพื่อชะลอความเร็วตามคำสั่ง ไม่ทันไรผมก็เห็นเด็กๆ ยืนอยู่ข้างทางท่ามกลางฝุ่นหนา เด็กๆ ตัวเต็มไปด้วยฝุ่นสภาพไม่ต่างอะไรกับกุ้งชุปแป้งทอด

สะพานข้ามแม่น้ำโขง ปากเซ สะพานมิตรภาพ ลาว-ญี่ปุ่น ระหว่างที่ข้ามสะพานเพื่อจะกลับบ้านก็แอบใจหายที่เราจะต้องจากลาลาวใต้กันแล้ว แต่ยังไงซะเราก็จะไม่มีวันลืมประสพการณ์ 3 วัน 2 คืนในลาวใต้ ที่เราได้ลุยไปกับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รถเอสยูวีสมรรถนะสูงรูปหล่อพันธุ์แกร่ง แถมยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยี ที่สามารถพาเราลุยไปได้ในทุกเส้นทาง และงานนี้ต้องขอขอบคุณ ฟอร์ด ประเทศไทย ทีมงานทุกท่านทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลัง ที่พาเราไปเปิดโลกแห่งการผจญภัยอันไร้พรหมแดนถึงลาวใต้ และดูแลพวกเราเป็นอย่างดีแม้เส้นทาง ที่พัก อาหารการกินจะไม่ได้ดีเลิศ แต่สิ่งที่ได้มันช่างดีต่อใจ

ข้อมูลอ้างอิงจาก
th.wikipedia.org/wiki/ปราสาทหินวัดพู

www.siamganesh.com

Subscribe me