ร่วมพิสูจน์ความแรงจากทัพ BMW กว่า 10 รุ่น พร้อมส่องอนาคตกับ BMW ConnectedDrive
Aug 22, 2018

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ยกทัพ
ยนตรกรรมระดับหรูจากบีเอ็มดับเบิลยูหลากหลายซีรี่ส์มาให้สื่อมวลชนสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด ในกิจกรรมทดสอบรถยนต์ ‘BMW Fleet Review 2018’ ที่สนามปทุมธานีสปีดเวย์ จังหวัดปทุมธานี โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้สัมผัสความปราดเปรียวโฉบเฉี่ยว หรูหรา ความคล่องตัวของ บีเอ็มดับเบิลยูซีรี่ส์ 3 ซีรี่ส์ 4 ซีรี่ส์ 5 และ 6 ในส่วนของตระกูล X ก็ยังมีมาให้ลองกันถึง 2 รุ่นคือ X2 และ X3 ที่สำคัญไฮไลท์ของงานนี้มีการนำบีเอ็มดับเบิลยูตระกูล M รหัสทรงพลังจากค่ายใบพัดสีฟ้ามาให้ได้ลองขยี้กันอีกด้วย นอกจากการทดสอบรถยนต์ในภาคสนามแล้วยังมีการนำเสนอนวัตกรรมการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัดแห่งโลกอนาคตอย่างเทคโนโลยี BMW ConnectedDrive อีกด้วย

กิจกรรมครั้งนี้แบ่งเป็น 2 กลุ่มโดยกลุ่มแรกจะลงภาคสนามก่อน ส่วนอีกกลุ่มจะนั่งฟังบรรยายเรื่อง BMW ConnectedDrive เทคโนโลยีสุดล้ำในรถบีเอ็มดับเบิลยู ผมคือ 1 ใน 10 คนที่อยู่ในกลุ่มแรก ไม่พูดอะไรมาก อาจารย์เบี๊ยดก็ออกมาแนะนำสเตชั่นต่างๆ ที่เราจะได้ขับกัน สเตชั่นจะแบ่งออกเป็น 2 สเตชั่นหลัก คือเราจะขับรถไล่ไปทีละรุ่นโดยจะเริ่มจากรุ่นไหนก่อนก็ได้ตามสะดวกใจ และขับวนไปจนครบ 10 รุ่นเมื่อครบแล้วก็จะไปขับต่อในสเตชั่นที่ 2 คือการขับแบบสลาลอมในสเตชั่นนี้จะเป็นการจับเวลาเพื่อชิงรางวัลโดยในกลุ่มของเราจะเลือกขับ M2 กันเพราะดูทรงแล้วสนามแค่นี้ M4 น่าจะแหกกระจายเลยทีเดียว

เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว…ไม่พร้อมก็ต้องพร้อมเพราะเวลามีน้อย เริ่มจากปรับท่านั่งก่อนเลยปรับตำแหน่งนั่งโดยการเลื่อนที่นั่งไปหน้าหรือหลังโดยการเหยียบแป้นเบรคให้สุดแล้วขายังคงงอทำมุม 45 องศา ระยะความสูงของที่นั่งจะอยู่ประมาณหนึ่งกำปั้นระหว่างหัวกับเพดานรถ มือจับพวงมาลัยที่ตำแหน่ง 9 และ 3 นาฬิกา ระยะห่างวัดโดยการนั่งหลังพิงเบาะแล้วยกแบนขึ้นเอาข้อมือวางบนตำแหน่ง 12 นาฬิกาเป็นอันเสร็จพิธี อยากรู้ละเอียดกว่านี้ให้ลงสมัคร BMW Driving Experience กิจกรรมสอนขับรถที่คุณจะต้องทึ่งจากโปรแกรม The Ultimate JOY Experience แล้วคุณจะกลับมาขับรถสนุก และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น พร้อมแล้วก็ลุย…รถที่เราได้ขยี้กันก็มีดังนี้

บีเอ็มดับเบิลยู 320d M Sport

ราคาจำหน่าย: 2,459,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คแกจบำรุงรักษา BSI Standard)
บีเอ็มดับเบิลยู 320d M Sport มากับเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ส่งกำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ / 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัวเมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบต่อนาที สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรได้ภายใน 7.2 วินาที ด้วยความเร็วสุงสุด 230 กิโลเมตร/ชั่วโมง

โฉบเฉี่ยวด้วยชุดแต่ง M Sport รอบคันและช่วงล่าง M Sport พร้อมล้ออัลลอย M ขนาด 18 นิ้ว ลาย Star-spoke ขอบหน้าต่างภายนอกตกแต่งด้วย Black high-gloss พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนังแท้ดีไซน์ M พร้อมระบบบันเทิงล้ำสมัย จอภาพขนาด 6.5 นิ้ว ปุ่มควบคุม iDrive และการเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth และช่อง USB

บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport

ราคาจำหน่าย: 2,759,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard)
บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ความหรูหราและประหยัดน้ำมันอย่างเหนือชั้นด้วยเทคโนโลยี iPerformance ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ขุมพลังเบนซิน 4 สูบ BMW TwinPower Turbo สามารถส่งกำลังสูงสุดที่ 135 กิโลวัตต์ / 184 แรงม้า พร้อมแรงบิด 290 นิวตันเมตร ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้ามอบกำลังเพิ่มเติมสูงสุดอีก 65 กิโลวัตต์ / 89 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ทำงานประสานกับระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 8 จังหวะทำให้ขับขี่สนุก ทันใจ โดยสามารถเลือกขับขี่โดยใช้พลังไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ที่ความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนในโหมดไฮบริด บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.1 วินาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 55.6 กิโลเมตร/ลิตร และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกับอัตราการปล่อย CO2 ที่ 42 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น

บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ดูโฉบเฉี่ยวด้วยชุดแต่ง M Aerodynamic ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลาย Double-Spoke และช่วงล่าง M Sport สำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลัง ซึ่งถูกปรับให้ต่ำกว่าเดิม 10 มิลลิเมตร พร้อมสปริงของช่วงล่าง M Sport นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport มาพร้อมกับกระจกซันรูฟ สั่งงานเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พวงมาลัยดีไซน์ M พร้อมก้านเปลี่ยนเกียร์ ที่พวงมาลัย เบาะนั่งแบบสปอร์ต

บีเอ็มดับเบิลยู 430i Convertible M Sport

ราคาจำหน่าย: 4,259,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard)
บีเอ็มดับเบิลยู 430i Convertible M Sport ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ พร้อมมอบกำลังสูงสุด 185 กิโลวัตต์ / 252 แรงม้า พร้อมแรงบิด 350 นิวตันเมตร มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 15.6 กิโลเมตรต่อลิตร สามารถเร่งความเร็วจาก 
0 ถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.3 วินาที

บีเอ็มดับเบิลยู 430i Convertible M Sport โดดเด่นด้วยชุดแต่ง M Aerodynamics ล้ออัลลอย M 
ขนาด 19 นิ้วแบบ double-spoke และขอบหน้าต่างสีดำเงาจากชุดแต่ง BMW Individual พร้อมด้วยระบบเสียงรอบทิศทางจาก Harman Kardon

บีเอ็มดับเบิลยู 520d Sport

ราคาจำหน่าย: 3,439,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard)
บีเอ็มดับเบิลยู 520d Sport มาพร้อมล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 18 นิ้วแบบ double-spoke ไฟหน้า follow-me-home และไฟ welcome lighting สุดเก๋ บีเอ็มดับเบิลยู 520d Sport แรงด้วยเครื่องยนต์ดีเซล BMW TwinPower Turbo
4 สูบขนาด 2.0 ลิตร ส่งกำลังสูงสุดที่ 140 กิโลวัตต์ / 190 แรงม้า พร้อมแรงบิด 400 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 7.5 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 235 กิโลเมตร/ชั่วโมง การขับขี่นุ่มนวลด้วยเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 สปีด มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 
20 กิโลเมตร/ลิตร

ภายในของรถยนต์ซีดานรุ่นนี้ตกแต่งด้วย fine-wood trim สี poplar grain grey พร้อมด้วย highlight trim finisher สีโครเมียมมุกที่ดูเข้ากันกับพวงมาลัย และเบาะหนัง พร้อมระบบ BMW Gesture Control และหน้าจอแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 
10.25 นิ้ว ที่ช่วยให้การควบคุมระบบความบันเทิง และฟังกชั่นโทรศัพท์แบบมาตรฐานเป็นไปอย่างง่ายดาย

บีเอ็มดับเบิลยู 530e M Sport

ราคาจำหน่าย: 3,939,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard)
บีเอ็มดับเบิลยู 530e M Sport ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุดถึง 135 กิโลวัตต์ / 184 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุดที่ 290 
นิวตันเมตร ในขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 83 กิโลวัตต์ / 133 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 250 
นิวตันเมตร เมื่อเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกันจะให้กำลังรวมสูงสุดถึง 185 กิโลวัตต์ / 
252 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุดกว่า 420 นิวตันเมตร อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 55.6 กิโลเมตร/ลิตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.2 วินาที ปราดเปรียวด้วยล้ออัลลอย M ขนาด 19 นิ้วลาย Double-Spoke ระบบจอภาพแสดงข้อมูลการขับขี่ หลังคากระจกเปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า 
ขอบหน้าต่างภายนอกตกแต่งแบบ BMW Individual high-gloss พร้อมชุดตกแต่งภายนอก 
M Aerodynamics

บีเอ็มดับเบิลยู 530e M Sport นอกจากโหมด SPORT, COMFORT และ ECO PRO ผู้ขับขี่สามารถใช้ eDrive เพื่อเปิดการใช้งานระบบ BMW eDrive ซึ่งช่วยให้ทุกการเดินทางแม่นยำมากขึ้นด้วยอีก 3 โหมดเพิ่มเติม คือ AUTO eDRIVE, 
MAX eDRIVE และ BATTERY CONTROL และยังมาพร้อมระบบช่วยนำรถเข้าที่จอด หน้าจอความละเอียดสูงขนาด 10.25 นิ้ว ซึ่งนอกจากจะควบคุมโดยปุ่ม iDrive Controller ยังสามารถสั่งการด้วยการกดปุ่มบนหน้าจอ หรือด้วยระบบการสั่งงานด้วยเสียง
อีกด้วย และระบบการสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหวของมือ

ที่สำคัญบีเอ็มดับเบิลยู 530e M Sport มาพร้อมระบบช่วยนำรถเข้าที่จอด (Parking Assistance) จะทำให้การจอดรถง่ายดายขึ้นด้วยระบบอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการจอดรถในรูปแบบแนวขนานหรือการจอดแบบเข้าซอง ระบบอัลตร้าโซนิคเซ็นเซอร์ สามารถช่วยค้นหาพื้นที่จอดที่เหมาะสมได้ในขณะขับขี่ที่ความเร็ว 35 กม./ชั่วโมง โดยเมื่อพบจุดจอดแล้ว ระบบจะทำการจอดรถเองทั้งหมด และในกรณีที่พื้นที่จอดรถทำมุมกับถนน ระบบจะต้องการพื้นที่ว่างด้านข้างตัวรถเพียงข้างละ 40 เซนติเมตรเท่านั้นในการทำงานแบบอัตโนมัติ

บีเอ็มดับเบิลยู 630d GT M Sport

ราคาจำหน่าย: 4,739,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard)
บีเอ็มดับเบิลยู 630d GT M Sport ได้รับการพัฒนาให้มีน้ำหนักลดลงจาก บีเอ็มดับเบิลยู 
ซีรี่ส์ 5 GT รุ่นก่อนหน้าราว 150 กิโลกรัม ด้วยการออกแบบ และการเลือกใช้วัสดุอลูมิเนียม และเหล็กกล้าคุณภาพสูงในส่วนโครงสร้างตัวรถ และแชสซี ซึ่งเมื่อนำไปผสมผสานกับคุณสมบัติทางอากาศพลศาสตร์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จึงทำให้บีเอ็มดับเบิลยู 630d GT M Sport มีสมรรถนะที่เปี่ยมพลังกว่าที่เคย ทั้งยังประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบที่เป็นหัวใจของบีเอ็มดับเบิลยู 630d GT M Sport เสริมกำลังด้วยเทคโนโลยี 
BMW TwinPower Turbo ล้ำสมัย ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Steptronic มอบพละกำลังสูงสุดที่ 195 กิโลวัตต์ / 265 แรงม้า พร้อมให้แรงบิดสูงสุดที่ 620 นิวตันเมตร จึงเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ใน 6.1 วินาที ขณะที่อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 17.7 กิโลเมตร/ลิตร

บีเอ็มดับเบิลยู 630d GT M Sport สะดวกต่อการใช้งานด้วยประตูท้ายรถแบบบานเดี่ยวที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า เบาะที่นั่งปรับเอนได้แบบ 40:20:40 สามารถพับให้เป็นพื้นราบสำหรับเก็บสัมภาระได้ด้วยปุ่มกดบริเวณพื้นที่กระโปรงท้าย บีเอ็มดับเบิลยู 630d GT M Sport มาพร้อมระบบควบคุมรถยนต์ การนำทาง รวมถึงฟังก์ชั่นการสื่อสาร และระบบบันเทิงด้วยระบบ iDrive ที่เป็นแกนหลักของการสั่งงานรถยนต์รุ่นนี้ ทั้งยังเสริมประสิทธิภาพการใช้งานด้วยระบบสัมผัสบนหน้าจอแสดงผลความละเอียดสูงขนาด 10.25 นิ้ว ระบบการสั่งงานด้วยเสียง และระบบการสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหวของมือ

บีเอ็มดับเบิลยู X2 sDrive20i M Sport X

ราคาจำหน่าย: 2,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard)
บีเอ็มดับเบิลยู X2 ที่มาพร้อมรูปทรงโฉบเฉี่ยวดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ผสานรูปลักษณ์สไตล์สปอร์ต
คูเป้เข้ากับความแข็งแกร่งทรงพลังในแบบฉบับบีเอ็มดับเบิลยูตระกูล X โดยเป็นครั้งแรกที่กระจังหน้าไตคู่มีรูปทรงส่วนฐานด้านล่างกว้างกว่าด้านบน สร้างมิติให้รถดูกว้าง และโฉบเฉี่ยวตอกย้ำความสปอร์ตด้วยช่องดักอากาศลวดลายหกเหลี่ยม บีเอ็ม
ดับเบิลยู X2 ยังเป็นรุ่นแรกในตระกูล X ที่มีตราของบีเอ็มดับเบิลยูประดับอยู่บนเสา C-pillar ทั้งสองข้าง ในดีไซน์ที่คล้ายคลึงกับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูระดับตำนานอย่างบีเอ็มดับเบิลยู 2000 CS และ
บีเอ็มดับเบิลยู 3.0 CSL

บีเอ็มดับเบิลยู X2 มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน M Sport X สร้างความสะดุดตาด้วยสเกิร์ตและซุ้มล้อสี Frozen Grey ท่อไอเสียแบบคู่ยัง
สื่อถึงความทรงพลังของเครื่องยนต์ ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาลาย Y-spoke ในสไตล์ M ขนาด 19 นิ้ว บีเอ็มดับเบิลยู X2 sDrive20i M Sport X ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 192 แรงม้า ที่ 5,000-6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 280 นิวตัวเมตรที่ 1,350-4,600 รอบ/นาที เกียร์อัตโนมัติแบบ Steptronic คลัตช์คู่ 7 จังหวะ มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 7.7 วินาที

อีกหนึ่งไฮไลท์อันโดดเด่นของบีเอ็มดับเบิลยู X2 คือหลังคากระจกแบบ Panorama สองส่วน ส่วนหน้าสามารถเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า สร้างความรู้สึกโล่งโปร่ง หน้าจอ Control Display ขนาด 8.8 นิ้ว ปุ่มควบคุม iDrive พร้อมระบบสัมผัส ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่ที่กระจกหน้าฝั่งคนขับ วิทยุพร้อมการเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth และช่อง USB การเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth ช่อง USB พื้นที่เก็บของที่มีความจุสูงสุด 470 ลิตร ช่วยให้บีเอ็มดับเบิลยู X2 สะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวัน

บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive20d M Sport

ราคาจำหน่าย: 3,799,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard)
บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive20d M Sport ยังคงเอกลักษณ์ความแข็งแกร่งผสานลุคสปอร์ต
ปราดเปรียวไว้ได้อย่างลงตัว มาพร้อมกับล้ออัลลอย M ลาย Double-spoke ขนาด 19 นิ้ว เสริมความเท่ด้วยชุดแต่งรอบคันดีไซน์ M Aerodynamics และขอบหน้าต่างสีดำเงา ภายในรถตกแต่งด้วย Aluminium Rhombicle trim finishers ตัดกับ Pearl Chrome พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนังแบบ M Sport พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ ช่วงล่างแบบ M Sport ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล
 4 สูบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ Steptronic ให้กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ / 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ส่งความเร็วจาก 
0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายในเวลา 8 วินาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 17.6 กิโลเมตรต่อลิตร


บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive20d M Sport มาพร้อมปุ่มควบคุม iDrive และสั่งงานด้วยระบบสัมผัส จอแสดงผลภาพความละเอียดสูงขนาด 10.25 นิ้ว ระบบการสั่งงานอัจฉริยะ BMW Gesture Control ที่สามารถควบคุมระบบนำทาง และระบบบันเทิงสื่อสาร ผ่านการเคลื่อนไหวของมือ และการสั่งงานด้วยเสียง นอกจากนี้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารยังสามารถเพลิดเพลินกับระบบเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon สะดวกในการใช้งานยิ่งขึ้นด้วยระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดด้วยระบบอัลตร้าโซนิคเซ็นเซอร์ สามารถช่วยค้นหาพื้นที่จอดที่เหมาะสม

แต่น่าเสียดายเหลือเกินที่หลังจากผมได้ทดลองขับรถบีเอ็มดับเบิลยูทั้ง 8 รุ่นแล้วการทดสอบหลังจากนี้จะเป็นไฮไลท์ของงานคือการเอา บีเอ็มดับเบิลยู M2 และ M4 มาให้ได้ลองขับกันด้วยซึ่งในสเตชั่นนี้ผมไม่ได้ลงไปขับด้วยเพราะเกิดเหตุขัดข้องของตัวผมนิดหน่อย…ทำให้ต้องไปโรงพยาบาล…ฮือออออ

บีเอ็มดับเบิลยู M2 Coupe

ราคาจำหน่าย: 5,939,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard)
บีเอ็มดับเบิลยู M2 Coupe เป็นยานยนต์สำหรับคนที่ชอบการขับขี่แบบสปอร์ตโดยเฉพาะ มาพร้อม
ขุมกำลัง BMW M TwinPower Turbo 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 370 แรงม้าที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 465 นิวตัวเมตร ที่ 1,400 – 5,560 รอบ/นาที มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงที่ 4.3 วินาที ควบคุมด้วยเกียร์อัตโนมัติ M แบบคลัตช์คู่ 7 จังหวะ ตอบสนองการขับขี่แบบรถแข่งเลยทีเดียว

บีเอ็มดับเบิลยู M2 Coupe มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ตทั้งภายนอก และภายใน ด้วยกันชนหน้าขนาดใหญ่ดูดุดัน พร้อมกระจังหน้าเอกลักษณ์ของรถยนต์ตระกูล M ล้อขนาดใหญ่ 19 นิ้ว 
M Double Spoke โดดเด่นด้วยท่อไอเสียคู่แยกออก 2 ทาง มาพร้อมระบบ
ไฟหน้า LED อัจฉริยะปรับตามทิศทางหมุนของพวงมาลัย กระจกซันรูฟ กล้องและเซ็นเซอร์ด้านหลัง

ภายในห้องโดยสารหรูหราคมเข้มโทนดำ หลังคาภายในสี Anthracite พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มด้วยหนังสไตล์ M เบาะหนังประทับตราสัญลักษณ์อักษร M มอบความรู้สึกแบบรถสปอร์ตพันธุ์แท้ นอกจากนี้ยังมีระบบ BMW Apps ที่รองรับการเชื่อมต่อ และทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่นต่างๆ เช่น M Laptimer ที่ช่วยบันทึก และวิเคราะห์การขับขี่ พร้อมแชร์ข้อมูลผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียหรือ GoPro สำหรับการควบคุมกล้องวิดีโอทั้งภายใน และภายนอกตัวรถ จะดุดันแค่ไหนแต่ก็ไม่ทิ้งความสุนทรีย์ด้วยระบบเสียงไฮไฟ Harman Kardon

บีเอ็มดับเบิลยู M4 Coupe

ราคาจำหน่าย: 8,909,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจบำรุงรักษา BSI Standard)
บีเอ็มดับเบิลยู M4 Coupe โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์เบนซิน BMW M TwinPower Turbo 6 สูบในรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M4 Coupe ใช้ชุดอัดอากาศแบบเทอร์โบคู่ สามารถส่งกำลังสูงสุด
ได้ถึง 431 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตรที่ 1,850 – 5,500 รอบ/นาที ซึ่งมากกว่าแรงบิดสูงสุด
ของรถยนต์ที่ยอดเยี่ยมอย่างบีเอ็มดับเบิลยู M3 ประมาณ 40% แม้จะมาพร้อมสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น แต่อัตราสิ้นเปลืองพลังงาน และอัตราการปล่อย
มลพิษลดลงถึง 25% ที่เฉลี่ย 12.3 กิโลเมตร/ลิตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตร
/ชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 4.1 วินาที ด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติแบบคลัชท์คู่ M 7 สปีด

ความทรงพลัง และประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมเกิดขึ้นจากการลดน้ำหนัก ของตัวรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M4 Coupe ลดลงมากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 80 กิโลกรัม ด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงน้ำหนักที่เบานี้เองส่งผลให้รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M4 Coupe นี้สร้างมาตรฐานใหม่ของคอนเซ็ปต์โดยรวมด้วยการคัดเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา
โดยใช้วัสดุเสริมใยคาร์บอน และอะลูมิเนียมมาเป็นส่วนประกอบของโครงแชสซี และตัวถัง หลังคาของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M4 Coupe ยังสร้างจากวัสดุเสริมใยคาร์บอนทั้งหมดอีกด้วย

นอกจากนี้ภายใน
ของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M4 Coupe ดีไซน์สปอร์ตสุดโฉบเฉี่ยวด้วยพวงมาลัย และเบาะที่นั่งแบบ M Sport 
บุหนังแท้ Merino เสริมความหรูหราด้วยการตกแต่งอะลูมิเนียมลาย Blade พร้อมแถบโครเมียมสีดำ ม่านบังแดดกระจกหลังไฟฟ้า และสะดวกสบายด้วยการเชื่อมต่อเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่ Head-Up Display ระบบเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon และแอพพลิเคชั่นสำหรับสมาร์ทโฟน

แต่เมื่อกลับมาจากโรงพยาบาลสิ่งที่ยังคงค้างคาอยู่ในใจคือเราอยากขับ M2 มากเพราะไม่ใช่รถที่จะยืมมาขับกันง่ายๆ และที่สำคัญการขับรถสมรรถนะสูงในสนามปิดมันก็น่าจะปลอดภัยกว่า เท่านั้นแหละผมเลยขออาจารย์เบี๊ยดลองขับดูหน่อย อาจารย์เบี๊ยดดูทรงบวกหน้าตาเว้าวอนของผมแล้วความเฮฮาจึงบังเกิด อาจารย์เบี๊ยดบอก “จัดไป” พี่พยาบาลก็ใจดีเข็นผมไปยัดไว้ใน M2 ทันทีน้ำตาจะไหล สเตชั่นสลาลอมแม้จะเป็นการขับรถสั้นๆ แต่ก็ทำให้รู้ว่า M2 มันสนุกสนานเดือดสมคำเล่าลือจริงๆ ผลมันก็เป็นตามคลิป ทำเวลาไป 24 วิแต่เบรคเลยจุดหยุดเลยไม่นับคะแนนจะอ้างว่าขาเจ็บก็เกรงใจเค้าให้ขับก็บุญแล้ว

ในวันนั้นนอกจากจะมีกิจกรรมภาคสนามแล้วก็ยังมีการพูดคุยให้ความรู้โดยคุณจอห์น กฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มาพูดคุยเกี่ยวกับเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่าง ‘BMW ConnectedDrive’ ซึ่งเทคโนโลยีตัวนี้จะเป็นระบบในการเชื่อมต่ออันไร้ขีดจำกัดระหว่างรถบีเอ็มดับเบิลยูกับเรา ฟังดูก็น่าสนใจดีมันจะเป็นยังไงเราลองไปดูกัน

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้เปิดตัว BMW ConnectedDrive สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู iPerformance ไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยบริการ BMW ConnectedDrive สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู iPerformance จะเปิดให้ผู้ใช้งานควบคุมระบบต่างๆ ของรถได้จากระยะไกล อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับรถได้อย่างง่ายดาย ผ่านแอพพลิเคชั่น BMW Connected บน iPhone

นอกจากฟีเจอร์สำหรับการใช้งานกับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู iPerformance แล้ว BMW ConnectedDrive ยังมาพร้อมฟีเจอร์อีกมากมายเพื่อมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัดแบบครบวงจร ระหว่างผู้ขับ ยานยนต์ และโลกภายนอก โดยมีบริการพื้นฐานได้แก่ BMW Teleservices บริการที่ช่วยจัดการนัดหมายอัตโนมัติ โดยรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูจะสามารถรับรู้กำหนดของการบริการตามสภาพ (CBS) และทำการแชร์ข้อมูลของรถยนต์กับศูนย์บริการบีเอ็มดับเบิลยูที่คุณต้องการโดยอัตโนมัติ


หรือผู้ขับขี่สามารถทำการติดต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยูด้วยตนเองผ่าน BMW Teleservice Call ในเมนู iDrive เพื่อนัดหมายการรับบริการล่วงหน้า พร้อมด้วย BMW Teleservice Battery Guard บริการที่คอยตรวจสอบระดับแบตเตอรี่ และแจ้งเตือนผู้ขับขี่ด้วยการส่งข้อความ SMS หรืออีเมล หากระดับพลังงานในแบตเตอรี่ลดลงต่ำกว่าระดับมาตรฐาน และหากระดับพลังงานในแบตเตอรี่ต่ำกว่าจุดที่วิกฤต ศูนย์บริการจะได้รับการแจ้งให้ทราบโดยอัตโนมัติ เพื่อดำเนินการนัดหมายกับลูกค้าเพื่อเข้ารับบริการ

และอีกหนึ่งบริการพื้นฐานของ BMW ConnectedDrive คือ Intelligent Emergency Call ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่ติดต่อกับศูนย์บริการฉุกเฉินของบีเอ็มดับเบิลยูทางโทรศัพท์เพียงแค่กดปุ่ม SOS ซึ่งสามารถรองรับการบริการได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ หรือในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ระบบเซ็นเซอร์การชนจะส่งสัญญาณแจ้งตำแหน่งพิกัดรถ หมายเลขตัวถัง ชนิดของการชน สถานะของถุงลมนิรภัย และเข็มขัดนิรภัย ไปยังศูนย์บริการโดยอัตโนมัติเพื่อการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

และเพื่อการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัดมากยิ่งขึ้นในทุกที่และทุกเวลา ผู้ใช้งานยังสามารถเชื่อมต่อบริการ 
BMW ConnectedDrive เข้ากับแอพพลิเคชั่น BMW Connected เพื่อใช้งานเทคโนโลยีล้ำสมัยของ
บีเอ็มดับเบิลยูได้อย่างเต็มประสิทธิภาพผ่านทาง iPhone หรือ Apple Watch ซึ่ง BMW Connected 
มาพร้อมบริการที่สามารถอำนวยความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้งาน ได้แก่

  • BMW Connected Send To Car: ส่งข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งของจุดหมายปลายทางที่ค้นหาไว้ทางอินเตอร์เน็ตหรือสมาร์ทโฟน หรือข้อมูลนัดหมายการประชุมจากปฏิทิน ไปยังระบบนำทางในรถยนต์ได้อย่างสะดวกและง่ายดาย
  • Time-To-Leave Notification: แอพพลิเคชั่น BMW Connected จะแจ้งเตือนเวลาที่ควรออกเดินทางผ่านทางสมาร์ทโฟน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้งานจะเดินทางถึงที่หมายได้ทันเวลา โดยระบบจะคำนวณเวลาในการเดินทางจากตำแหน่งของรถและสภาพการจราจรในช่วงเวลานั้น
  • BMW Connected Remote 3D View: แสดงภาพพื้นที่โดยรอบของรถที่จอดอยู่ด้วยภาพสามมิติ โดยสามารถเลือกมุมมองต่าง ๆ ได้ผ่านทาง iPhone>

สุดยอดจริงๆ กิจกรรม ‘BMW Fleet Review 2018’ ครั้งนี้นอกจากจะได้ขับรถสมรรถนะสูงกว่า 10 คันที่ให้ความสนุกสนานเร้าใจแล้ว ยังได้ความรู้เรื่อง ‘BMW ConnectedDrive’ อีกด้วยถ้าวันนี้ตัวผมไม่ซุ่มซ่ามจนเจ็บตัวซะก่อนจะจะฟินสุดๆ ขอขอบคุณ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ทีมงานอาจารย์ผู้ฝึกสอน ทีมแพทย์สนาม และทีมงานทุกท่านที่ดูแลเป็นอย่างดี ส่วนใครที่สนใจอยากมีส่วนร่วมในกิจกรรมสุดมันส์ต่างๆ ของทาง บีเอ็มดับเบิลยูสามารถติดตามได้ทาง facebook.com/bmwultimatejoy และ www.bmwultimatejoy.com ส่วนคราวหน้าจะเป็นกิจกรรมมันส์ๆ ที่ไหนยังไงไว้ผมจะมาเล่าให้ฟังนะครับ…บาย

Subscribe me